Tag: โรคภัยไข้เจ็บ

สภาวะกระดูกพรุน มีวิธีลดความเสี่ยงอย่างไรบางวันนี้จะได้รู้กัน

ในการเคลื่อนไหวของร่างกายกระดูกเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายที่จำเป็นมาก ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งหรือการเดินหรือการยกแขนยกขากระดูกล้วนมีความจำเป็นในการเคลื่อนไหวทั้งสิ้น แต่ทั้งนี้เมื่อร่างกายมีอาการเสื่อมสภาพลงก็จะส่งผลให้เกิด สภาวะกระดูกพรุน ซึ่งจะส่งผลเสียต่อสุขภาพตามมาไม่ว่าจะทำให้กระดูกเปราบางะและเกิดอาการปวดตามไขข้อได้ง่ายขึ้นและอาการกระดูกพรุนนี้ยังสามารถทำให้กระดูกหักได้ง่ายขึ้นซึ่งสภาวะกระดูกมีสาเหตุมาจากการสูญเสียแคลเซียมในร่างกายและได้รับแคลเซียมไม่พียงพอในแต่ละวันทำให้กระดูกมีความแข็งแรงที่ลดลงไม่ว่าจะเป็นภาวะอายุที่มากต่ทั้งนี้เรายังมีการชะลอเกิดเกิด สภาวะกระดูกพรุน และป้องกันไม่ให้กระดูกพรุนก่อนวัยอันควรมีมีวิธีลดความเสี่ยงดังนี้ที่ เว็บแนะนำข้อมูลสุขภาพ ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ  การออกกำลังกาย ที่สม่ำเสมอนั้นจะช่วยทำให้มวลกระดูกมีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้นรวมถึงการออกกำลังกายและการลงน้ำหนักโดยมีการใช้แรงต้านไม่ว่าจะเป็นการวิ่งหรือการเดินเร็วตลอดจนการวิ่งขึ้นบันไดหรือเป็นการยกเวทในน้ำหนักที่เหมาะสม ควรทำต่อเนื่องอย่างน้อยวันละ 30 นาที หรืออย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ครั้งละ 30 นาที แต่ในผู้สูงอายุก็ไม่ควรจะออกกำลังกายที่ลงน้ำหนักมากเกินไปแต่ก็ควรออกกำลังกายที่มีการเคลื่อนไหวเช่นการเล่นโยคะหรือรำไทเก๊กก็สามารถเสริมสร้างมวลกระดูกได้โดยไม่เป็นการทำร้ายกระดูกในเวลาเดียวกัน การรับประทานอาหารเสริมประเภทแคลเซียมหรืออาหารที่มีแคลเซียมสูง  ในทุกช่วงอายุก็ควรจะรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมเป็นส่วนประกอบมีคำเสนอแนะว่าร่างกายมนุษย์ควรได้รับแคลเซียมในปริมาณ 800 มิลลิกรัมต่อวันแต่ถ้าผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปควรรับแคลเซียมให้ให้ได้ถึง 1,000 มิลลิกรัมเพื่อเป็นการชดการชดเชยแคลเซียมที่สูญเสียไป ซึ่งการรับประทานแคลเซียมแบบอาหารเสริมนี้ ควรจะแบ่งขายเป็นมื้อเพื่อให้แคลเซียมดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ดีที่สุดเพราะว่าการรับประทานครั้งเดียวก็อาจจะทำให้ร่างกายดูดซึมไม่หมดและขับถ่ายมาในปัสสาวะ ซึ่งในการรับประทานแคลเซียมเสริมเข้ามาในร่างกายอาจจะมีปัญหากับการดูดซึมของ ยาต่างๆที่รับประทานร่วมด้วยดังนั้นถ้าต้องการรับประทานแคลเซียมร่วมกับยาอื่นคว กินแคลเซียมห่างจากยาอื่นอย่างน้อยเป็นเวลา 2 ชั่วโมงเพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพของสรรพคุณยาอีกทั้งควรไม่ควรจะรับประทานแคลเซียมมากเกินไปเพราะอาจจะทำให้ อาจจะมีปัญหานิ่วตามมา รับแสงแดดอ่อนๆเวลาประมาณ 6:00 น ถึง 8:00 น เป็นเวลา 30 นาทีต่อวันก็สามารถสร้างวิตามินDได้ถึง 200 ยูนิตซึ่งมีความจำเป็นต่อการสร้างกระดูกให้แข็งแรงและการดูดซึมแคลเซียมจะเป็นไปได้ดี แต่ทั้งนี้ควรหลีกเลี่ยง การถูกแดดจัดในเวลา 10:00 น. จนถึง 15:00 น.เพราะเป็นเวลาที่มีรังสี UVA […]

ค่าไตสูงผิดปกติ ควรหลีกเลี่ยงอาหารชนิดใดวันนี้จะได้รู้กัน

ไตเป็นอวัยวะภายในร่างกายที่มีหน้าที่กรองของเสียและสารพิษต่างๆในร่างกายดังนั้นไม่ว่าจะรับประทานอะไรเข้าในร่างกายก็จะต้องถูกขับออกจากร่างกายในรูปของเหลวซึ่งเรียกว่าปัสสาวะไม่ว่าจะรับประทานอะไรไตก็จะมีหน้าที่กรองสารพิษ ดังนั้นสำหรับผู้ที่มีการทำงานของไตที่ ผิดปกติจะตรวจพบในการตรวจเลือดที่ที่พบว่ามี ค่าไตสูงผิดปกติ นั่นก็ควรจะมีการเลือกรับประทานอาหารที่ไม่ส่งผลเสียจากการทำงานของไตมากนักซึ่งมีอาหารที่ควรระวังในการรับประทานดังนี้ที่ เว็บแนะนำข้อมูลสุขภาพ การรับประทานยาบางประเภทเช่นยาแก้ปวด จึงจึงควรอยู่ในการควบคุมของแพทย์อย่างเคร่งครัด รวมถึงยาสมุนไพรบางชนิดที่อาจจะมีส่วนผสม สเตียรอยด์ รวมถึงยาลูกกลอนสมุนไพรบางชนิดยังมีการตรวจพบว่า มีสารเจือปนของโลหะหนักเช่นตะกั่ว ปรอทและทองแดงซึ่งผู้ป่วยโรคไตควรมีความระมัดระวังในการรับประทานยาประเภทนี้อย่างสูงซึ่งผู้ป่วยโรคไตควรมีความระมัดระวังในการรับประทานยาประเภทนี้อย่างสูงเพราะอาจทำให้ ค่าไตสูงผิดปกติ การรับประทานโปรตีน ต้องมีกำหนดปริมาณโปรตีนอย่างแน่นอนนั่นก็คือ 0.6 กรัมต่อ ต่อน้ำหนักตัวของผู้ป่วย ภายใน 1 วัน ควร จำกัดการบริโภคเนื้อแดง  สามารถรับประทานไข่ขาว  เนื้อปลาได้ ไขมัน ไม่ควรรับประทานอาหารประเภทที่มีไขมันอิ่มตัวแต่ไขมันไม่อิ่มตัวสามารถรับประทานได้แต่ก็ควรอยู่ในปริมาณที่เหมาะสมเช่นกัน เกลือแร่ก็ต้องมี การควบคุม แต่งกินอย่างเคร่งครัดเช่น -โซเดียมนั่นก็คือ กลุ่มอาหารหมักดอง  อาหารกระป็อง  ผงชูรสซึ่งมีเกลือและโซดียยมที่มีปริมาณค่อนข้างสูงซึ่งสมารถรับประทานเกลือได้อย่างจำกัดมากๆในปริมาณเกลือให้น้อยกว่า 2 กรัมต่อวัน – สารฟอสฟอรัส ที่มีอยู่ในอาหารประเภทโปรตีนเช่นเนื้อสัตว์ ไข่แดง นมสด ถั่วและเต้าหู้ต่างๆรวมถึงกาแฟควรจะหลีกเลี่ยงอาหารในกลุ่มที่มีฟอสฟอรัสเป็นส่วนประกอบ – สารโพแทสเซียมซึ่งมีมากในผักและผลไม้ซึ่งสารโพแทสเซียมนี้สามารถขับทางออกทางปัสสาวะได้ง่ายแต่ถ้ามีโปแตสเซียมในเลือดสูงในภาวะผู้ป่วยที่มีไตเรื้อรังไม่ควรรับประทานอาหารที่มีโพแทสเซียมแต่ในระดับปกติสามารถรับประทานอาหารที่มี วัดระดับต่ำ ๆได้เช่น ชมพู่ องุ่นลูกพีชแต่สำหรับผลไม้ที่มีโปแตสเซียมสูงเช่นกล้วย  มะขาม  ทุเรียนควรหลีกเลี่ยง อาหารประเภทที่มีคอเลสเตอรอลสูงไม่ควรรับประทานเช่น หอยนางรม ปลาหมึก รวมถึงไม่ควรรับประทานเครื่องในสัตว์ […]

โรคหอบหืด ภัยร้ายใกล้ตัวที่คร่าชีวิตคนไทยอันดับ 1 ในโลกทางเดินหายใจ

ปัญหาสุขภาพ ถือเป็นปัญหาสำคัญที่ไม่ควรที่จะละเลยเลยนะคะโดยปัญหาสุขภาพนั้นก็ไปได้อย่างหลากหลายไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของสุขภาพกายหรือสภาพจิตใจก็ควรที่จะรักษาให้ตรงจุดค่ะ สำหรับวันนี้นักเขียนกลับมาเจอเพื่อนๆชาวบอร์ดสุขภาพอีกครั้งก็อยากจะพาเพื่อนๆไปรู้จักกับ โรคหอบหืด ซึ่งถือว่าเป็นภัยร้ายใกล้ตัวที่รุนแรงมากๆเลยนะคะ เพราะว่าถ้าเพื่อนๆเป็นโรคนี้และมีอาการเฉียบพลันขึ้นมาและไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องหรือได้รับการพ่นยาที่ถูกวิธีอาจทำให้เพื่อนเสียชีวิตได้เลยทันทีนะคะ ซึ่งวันนี้เราจะพาเพื่อนๆไปรู้จักกันได้ในบทความนี้เลยค่ะ โรคหอบหืด จัดเป็นอีกหนึ่งโรคของทางเดินหายใจ ที่มีประชากรไทยเสียชีวิตเป็นอันดับ 1 โดยผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้จะมีอาการหอบเหนื่อย ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายหรือการทำอะไรนิดหน่อยเช่นกันขึ้นบันได แน่นหน้าอก หายใจเสียงดังหวีดในขณะที่หายใจ โดยโรคหอบหืดสามารถถ่ายทอดกันได้ทางพันธุกรรม และอีกด้านนึงเกิดจากการดำรงชีวิตเช่นอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคหอบหืดสูง เช่นกันนอนกับสัตว์เลี้ยงที่มีขนยาว โดยโรคหอบหืดก็มีสาเหตุมาจากอาการหลอดลมอักเสบ หลอดลมตีบ หรือผู้ป่วยที่มีอาการเป็นภูมิแพ้อยู่แล้ว โรคหอบหืด จัดเป็นอีกหนึ่งโรคของทางเดินหายใจ ที่มีประชากรไทยเสียชีวิตเป็นอันดับ 1 และสภาพอากาศที่หนาวเย็นหรือร้อนจนเกินไป โดยวิธีป้องกันอาการเหล่านี้ก็สามารถทำได้ด้วยการไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างถูกวิธีและใช้ยาป้องกันการหอบหืดแบบเฉียบพลัน ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อขยายหลอดลม รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพียงเท่านี้โรคหอบหืดหรือภัยร้ายใกล้ตัวก็จะไม่สามารถทำอันตรายคุณได้แล้วล่ะค่ะ หากคุณมีวิธีการดูแลรักษาสุขภาพร่างกายที่ถูกวิธีและทำมันอย่างสม่ำเสมอ สำหรับเพื่อนๆท่านใดที่มีอาการเหล่านี้ก็อย่าลืมที่จะดูแลตัวเองกันเป็นพิเศษเลยนะคะ เพราะช่วงนี้หน้าหนาวอากาศเย็นมากๆเลยอาจจะทำให้อากาศกระตุ้นอาการของคุณได้ ติดต่อเรื่องราวสุขภาพอีกมากมายได้ที่ เว็บแนะนำข้อมมูลสุขภาพ ฝากติดตามอีกหนึ่งเว็บไซต์คุณภาพอย่าง ufa777 ไว้ด้วยนะคะ

ความโศกเศร้า จากการสูญเสีย ที่เป็นสาเหตุทำให้คุณเป็นโรคซึมเศร้าได้!

     มนุษย์ทุกคนย่อมต้องเคยเจอ ความโศกเศร้า จากการสูญเสียมาแล้วทั้งนั้น  จะรุนแรงหรือเล็กน้อย  หรือจะกี่ครั้งก็ว่ากันไป  แต่ใช่ว่าทุกคนจะเอาอยู่  ซึ่งอาจนำไปสู่การเป็นโรคซึมเศร้าโดยไม่รู้ตัวได้ครับ ความโศกเศร้า จากการสูญเสียคืออะไร?      คือการตอบสนองตามธรรมชาติของมนุษย์เรา  ที่เมื่อผูกพันกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งมาสักระยะแล้ว  วันหนึ่งที่ต้องสูญเสีย  ไม่ได้ชื่นชมหรือครอบครองอีกต่อไป  ก็นำไปสู่ความโศกเศร้าเสียใจ  หดหู่ใจ  เครียด  และอาจรู้สึกว่าชีวิตของตนไร้ค่า  ไร้จุดหมายอีกต่อไป  พูดง่ายๆ ว่าเสียศูนย์นั่นเอง… ระยะของความโศกเศร้าจากการสูญเสียทั้งหมด  5  ระยะ ระยะที่  1  การปฏิเสธ       ซึ่งเป็นการปฏิเสธที่จะไม่ยอมรับความจริง  เป็นการตอบสนองในทันทีเมื่อรู้สึกช็อกหรือสะเทือนใจอย่างรุนแรง  หลายคนอาจมีอาการเช่นนี้เพื่อปกป้องตัวเองจากความสูญเสีย ระยะที่  2  ความโกรธ       บางคนอาจกล่าวโทษสิ่งต่างๆ ว่าเป็นสาเหตุทำให้ต้องสูญเสีย  ซึ่งความโกรธนี้อาจนำไปสู่ความคิดทำร้ายตัวเองหรือแม้แต่ฆ่าตัวตายได้ครับ ระยะที่  3  การต่อรอง       เป็นการหลีกเลี่ยงความเจ็บปวดอย่างหนึ่ง  เพื่อทำให้ตัวเองสามารถกลับมาควบคุมสิ่งต่างๆ ได้เหมือนเดิมอีกครั้ง ระยะที่  4  ภาวะซึมเศร้า      เมื่อเกิดความเศร้าแล้วก็จะมีการแสดงออกซึ่งความรู้สึกในรูปแบบต่างๆ ออกมา  เช่น  กรีดร้อง  ร้องไห้ฟูมฟาย […]

โรคซึมเศร้า เรารู้จักโรคนี้ดีแค่ไหน และรู้จักอย่างถูกต้องจริงหรือไม่ด้วย?

     คือโรคทางจิตเวชชนิดหนึ่ง  ซึ่งปัจจุบันผู้คนเป็นกันมากขึ้นเรื่อยๆ  ที่สำคัญหลายคนเป็นโรคนี้โดยไม่รู้ตัว  คิดว่าเป็นเพียงอาการคิดมากหรือเครียดกับการดำเนินชีวิตเท่านั้นครับประเภทหลักๆ ของ โรคซึมเศร้า 1.โรคซึมเศร้าแบบขั้วเดียว  (มีอาการซึมเศร้าเพียงอย่างเดียว) 2.โรคซึมเศร้าแบบ  2  ขั้ว  หรือไบโพลาร์  (มีอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ มากกว่าคนปกติ  จนส่งผลเสียในการดำเนินชีวิต) ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เป็นโรคซึมเศร้าได้ –  การมีสารเคมีในสมองที่ไม่สมดุล –  เหตุการณ์รุนแรงที่มีผลกระทบต่อจิตใจอย่างมาก  เช่น  การสูญเสียคนที่ตนรักไปทั้งจากเป็นหรือจากตาย  การถูกฟ้องล้มละลายหรือทำธุรกิจแล้วขาดทุนย่อยยับ –  พันธุกรรม  เช่น  มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคนี้ –  การเลี้ยงดูของครอบครัว  รวมถึงสภาพแวดล้อมตั้งแต่เล็กจนเติบใหญ่ –  พื้นฐานนิสัยใจคอ  เช่น  เป็นคนคิดมาก  เคร่งเครียด  มองโลกในแง่ร้ายหรือแง่ลบ  อ่อนไหวง่าย –  อิทธิพลของคนรอบข้าง โรคซึมเศร้ากับภาวะอารมณ์เศร้า  ต่างกันอย่างไร?      ขึ้นชื่อว่า “โรค” แล้วย่อมแสดงถึงความผิดปกติทางการแพทย์  และมีความรุนแรงกว่าคำว่า “ภาวะ” ครับ  เนื่องจากโรคซึมเศร้าเมื่อเป็นแล้วจะกินเวลายาวนาน  และไม่มีทีท่าว่าจะหายหรือดีขึ้นด้วย  ที่สำคัญมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านอารมณ์  ความรู้สึกนึกคิด  รวมถึงพฤติกรรมต่างๆ […]

โรคซึมเศร้า มาทำความเข้าใจเสียใหม่เพื่อการอยู่ร่วมกันในสังคมที่ดีกว่า

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ โรคซึมเศร้า ของบางคน –  คนทั่วไปเมื่อพบเห็นผู้ป่วย โรคซึมเศร้า ก็มักคิดว่า  เขาคนนั้นเป็นประเภทคนอ่อนแอขี้แพ้  คิดมากเกินไป  เคร่งเครียด  หรือไม่เข้าใจธรรมชาติของชีวิต –  หลายคนคิดว่าผู้ป่วยโรคนี้ต้องการเรียกร้องความสนใจหรือความเห็นอกเห็นใจ –  บางคนอาจคิดว่าผู้ป่วยโรคนี้เป็นคนบ้าหรือวิกลจริต! ถาม –  ตอบ  เกี่ยวกับโรคซึมเศร้า 1.  ถาม  :โรคซึมเศร้าคือโรคจิตใช่หรือไม่? ตอบ  :โรคซึมเศร้าไม่ใช่โรคจิตครับแต่เป็นโรคทางอารมณ์  มีอาการสำคัญคืออารมณ์จะเปลี่ยนแปลงไปจากปกติ  เช่น  ซึมเศร้า  นอนไม่หลับ  กินไม่ลง  ซึ่งหากอาการรุนแรงอาจประสาทหลอนหรือหลงผิดได้  แต่พบไม่บ่อย  ส่วนโรคจิตคือโรคที่มีอาการประสาทหลอนหรือหลงผิดแบบเรื้อรัง 2.  ถาม  :สามารถใช้การปฏิบัติธรรมรักษาโรคซึมเศร้าได้หรือไม่? ตอบ   :ต้องพิจารณาปัจจัยต่างๆ ก่อน  ได้แก่  อาการของโรครุนแรงมากน้อยแค่ไหน  ผู้ป่วยมีพื้นฐานในการปฏิบัติธรรมหรือไม่  มีผู้ชี้แนะทางธรรมที่ถูกต้องหรือไม่  เพราะหากมีอาการของโรครุนแรง  ควบคุมดูแลตัวเองไม่ได้  ก็ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์มากกว่า  เมื่ออาการดีขึ้นจนแพทย์วางใจ  อาจใช้วิธีนี้รักษาควบคู่ไปกับทางการแพทย์ครับ 3.  ถาม  :  มีคำพูดไหนที่ไม่ควรใช้กับผู้ป่วยโรคซึมเศร้าบ้าง? ตอบ  :  คำพูดที่ไม่เหมาะสมและอาจส่งผลเสียต่อผู้ป่วย  เพราะเหมือนเป็นการไม่เข้าใจผู้ป่วย  […]

โรคซึมเศร้า กับแบบทดสอบ 9 คำถามสั้นๆ ทำให้ทราบว่า ตัวเรามีแนวโน้มเป็น

การให้คะแนนตัวเองว่าเป็น โรคซึมเศร้า หรือไม่      ให้คุณให้คะแนนตัวเอง  จากแบบทดสอบด้านล่างตามนี้ครับ –  0  คะแนน  =  ไม่  หรือไม่มีเลย  –  1  คะแนน  =  ไม่บ่อยนัก –  2  คะแนน  =  ค่อนข้างบ่อย –  3  คะแนน  =  บ่อยๆ  เกือบทุกวัน  หรือทุกวัน ทำแบบทดสอบกันเลย!      ในเวลา  2  สัปดาห์ที่ผ่านมา  คุณมีอาการเหล่านี้มากน้อยแค่ไหนกัน? 1.  มีอาการไม่สบายใจ  ซึมเศร้า  หดหู่  หรือสิ้นหวังท้อแท้  ………คะแนน 2.  ไม่ชอบหรือรู้สึกไม่ดีกับตนเอง  คิดว่าตนเองไม่ดี  ไม่เก่ง  ล้มเหลวในชีวิต  หรือทำให้ครอบครัวและคนรอบข้างต้องผิดหวัง  ………คะแนน 3.  รู้สึกเบื่อหน่ายไปหมด  ทำกิจกรรมอะไรก็ไม่มีความสุขหรือเพลิดเพลิน  ………คะแนน 4.  พูดและทำสิ่งต่างๆ ช้าลง  […]

ข้อเข่าเสื่อม นี้ไม่ต้องรอให้อายุมากเหมือนเมื่อก่อนก็เป็นได้เช่นกัน

เชื่อว่าใครหลาย ๆ คนในตอนนี้ ก็เริ่มจะพบเจอกับปัญหา ข้อเข่าเสื่อม กันแล้ว โดยสังเกตได้จากอาการปวดเข่าแบบไม่มีสาเหตุหรืออาการข้อเข่าขัด จากท่าทางในการใช้ชีวิตในประจำวันของเรา ไม่ว่าจะเป็นการยืน การนั่ง หรือ แม้กระทั้งการเดินก็สามารถรับรู้ถึงอาการปวดหัวเข่าขึ้นมา รวมไปถึงเสียงก็อบแก๊บของกระดูดที่ดังลั่นออกมาเวลาที่เราทำกิจกรรมต่าง ๆ ติดตามต่อในเว็บแนะนำข้อมูลสุขภาพ จึงเรียกได้ว่าอาการทั้งหมดเหล่านี้ ถือเป็นสัญญานเตือนเกี่ยวกับโรค ข้อเข่าเสื่อม นั่นเองโดยโรคข้อเข่าเสื่อมมักจะเกิดกับผู้สูงอายุที่มีอายุเฉลี่ยตั้งแต่ 50 ปี ขึ้นไป แต่ในปัจจุบันโรคของข้อเข่าเสื่อมนี้ไม่ต้องรอให้อายุมากเหมือนเมื่อก่อนก็เป็นได้เช่นกัน เพราะด้วยปัจจัยหลาย ๆ อย่าง ทำให้สามารถเป็นโรคนี้ได้ง่ายกว่าแต่ก่อน ซึ่งก็มีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้คนอายุน้อยเริ่มจะเป็นโรคนี้กันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการไม่ออกกำลังกาย การกินอาหารที่มีสารทำลายกระดูก อย่าง พวกน้ำอัดลม กาแฟ น้ำตาล แอลกอฮอล์ ล้วนเป็นตัวกระตุ้นทำให้กระดูกเราเสื่อมเร็วก่อนวัยอันควรนั่นเองอีกทั้งเมื่อเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมแล้ว มันจะสร้างความทรมานให้กับร่างกายของเราเป็นอย่างมาก เพราะมันจะเกิดอาการเจ็บปวดขึ้นมากระทันโดยที่เราไม่ทันตั้งตัวเลย ยิ่งเวลาที่ข้อเข่าของเราขัดกันหรือน้ำล่อเลี้ยงในเข่าเกินไป จะทำให้ส่วนของหัวเข่าไม่มีความยืดหยุ่นลงเหลืออยู่เลย ฉะนั้นเวลาที่ขยับขาหรือยกขึ้นยกลงก็สามารถสร้างความเจ็บปวดขึ้นมาได้แล้ว ยิ่งทำให้คนที่เป็นโรคเหล่านี้มักไม่ค่อยมีความสุขกับการใช้ชีวิตในประจำวันสักเท่าไหร ข้อเข่าเสื่อม ใช่ว่าจะไม่มีทางหลีกเลี่ยง ถึงแม้อายุยังน้อยเราก็ควรที่เริ่มดูแลรักษา และโรคข้อเข่าเสื่อมใช่ว่าจะไม่มีทางหลีกเลี่ยง ถึงแม้อายุยังน้อยเราก็ควรที่เริ่มดูแลรักษามันก่อนที่มันจะเสื่อม หรือถ้าใครที่เป็นโรคนี้อยู่แล้ว ก็ควรที่จะใส่ใจและรักษาไม่ให้ข้อเข่าของเรามันเสื่อมไปมากกว่านี้ โดยเริ่มต้นได้ง่าย ๆ เพียงแค่ออกกำลังกายและทำท่ากายภาพบำบัดสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ หรือใครที่มีปัญหาในเรื่องของน้ำล่อเลี้ยงที่เข่าน้อย การทานคอลาเจนก็สามารถช่วยได้เช่น และรวมไปถึงควรหลีกเลี่ยงอาหารที่เป็นตัวการทำลายกระดูก […]

อาการลำไส้แปรปรวน ใครเป็นบ่อยขอให้ยกมือขึ้นและมาดูอาการกันค่ะ

อาการลำไส้แปรปรวน อยู่ ๆ ก็รู้สึกไม่สบายท้องขึ้นมา ภายในช่องท้องมีเสียงดังโครก คร่าก ๆ ตลอดเวลา ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้รู้สึกหิว จนทำให้เรารู้สึกอึดอัดอยากเข้าห้องน้ำอยู่บ่อย ๆ แถมมากับอาการปวดท้อง ท้องเสีย และเหมือนมีแก๊สในกระเพาะ หากใครที่กำลังพบเจอกับปัญหาเหล่านี้ วันนี้เราจะมาเล่าให้คุณฟังว่าอาการที่คุณกำลังเผชิญอยู่ คือ อาการของโรคภัยไข้เจ็บใด ติดตามต่อในเว็บแนะนำข็อมูลสุขภาพ             อาการที่คุณกำลังพบเจออยู่ หากมีอาการดังต่อไปนี้ คุณกำลังเข้าสู่ อาการลำไส้แปรปรวน (Irritable bowel syndrome) หรือ IBS มีอาการปวกท้องอยู่บ่อย ๆ รู้สึกอึดอัด แน่นท้อง ท้องอืด และมีลมหรือแก๊สในกระเพาะเยอะ ทุกครั้งที่มีอาการปวดท้อง จะรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำ เมื่อถ่ายอุจจาระจะพบว่า อุจจาระเหลว หรือในบางครั้งบางรายก็จะมีอาการท้องผูก ซึ่งอาการเหล่านี้กำลังบ่งบอกว่าคุณกำลังเป็นลำไส้แปรปรวน (Irritable bowel syndrome) หรือ IBS  ซึ่งโรคนี้ในผู้ป่วยบางรายก็จะมีความรุนแรง แต่ในผู้ป่วยบางรายมีอาการเพียงเล็กน้อย แต่เป็นอาการที่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน ในผู้ป่วยที่มีอาการลำไส้แปรปรวน (Irritable bowel syndrome) […]

การออกกำลังกาย เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้เรามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงขึ้นได้

การออกกำลังกาย เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้เรามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงขึ้นได้ แต่คุณจำได้หรือไม่คะว่าคุณออกกำลังกายครั้งล่าสุดเมื่อไหร่ ? หากใครอ่านบทความแนะนำข้อมูลสุขภาพมาถึงตรงนี้แล้วเกิดอาการส่ายหน้า บอกไว้ตรงนี้เลยว่าหากคุณได้อ่านข้อเสียของการไม่ออกกำลังกายที่เรานำมาฝากนี้ คุณจะต้องรีบลุกไปวิ่งแทบไม่ทันเลยหล่ะ! หน้าแก่เกินวัย           ก่อนอื่นเราต้องแยกอายุจริงกับอายุของร่างกายออกจากกัน เพราะถึงแม้ว่าคุณจะมีอายุเพียงแค่เลข 3 ต้น ๆ แต่หากคุณไม่ได้มีการขยับร่างกายเลย อายุร่างกายของคุณจะก็เริ่มสูงขึ้นได้เช่นกัน ที่สำคัญยังมีผลวิจัยสรุปมาไว้อีกว่า การออกกำลังกาย จะช่วยลดอายุของร่างกายได้มากถึง 12 ปีเลยค่ะ มีโอกาสเกิดโรคได้ง่าย           ผู้ที่ไม่ออกกำลังกายจะเสี่ยงต่อการเป็นโรคต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น เช่นโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคที่เกี่ยวกับกระดูก และโรคอื่น ๆ เกิดปัญหาเกี่ยวกับสภาพจิตใจ           เพราะการออกกำลังกายนั้นจะช่วยให้อารมณ์ของเราปกติ ไม่หงุดหงิดง่าย อีกทั้งยังช่วยผ่อนคลายจากความเครียดได้เป็นอย่างดี รูปร่างไม่ได้มาตรฐาน ถึงแม้ว่าคุณจะเลือกทานแต่อาหารดี ๆ ที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการเข้าร่างกาย แต่รูปร่างของคุณอาจจะดูไม่ดีเท่าคนออกกำลังกายที่ทานอาหารตามใจปากเสียด้วยซ้ำ เพราะคนที่ออกกำลังกายนั้นจะช่วยกระชับสัดส่วนและกล้ามเนื้อได้ดีกว่านั่นเองค่ะ การออกกำลังกาย นั้นจะช่วยให้อารมณ์ของเราปกติ ไม่หงุดหงิดง่าย หัวใจและปอดอ่อนแอลง           โดยเฉลี่ยแล้วปอดและหัวใจของผู้หญิงจะเริ่มอ่อนแอลงเรื่อย ๆ ตั้งแต่อายุ 35 ปี และเมื่ออายุ 60 […]

Back To Top