Month: September 2020

สูตรหมักผม ทรีทเม้นท์ธรรมชาติ บำรุงเส้นผมให้นุ่มสลวย

สูตรหมักผม เส้นผมก็เป็นอีกหนึ่งด้านที่เราต้องดูแลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เส้นผมมีสุขภาพที่ดี หรือช่วงนี้ใครกำลังเจอปัญหาเส้นอยู่ ไม่ว่าจะเป็น ผมแห้งเสีย ไม่มีน้ำหนัก ชี้ฟูไร้ทิศทาง รวมถึงปัญหาผมขาดหลุดร่วง ลองใช้วิธีฟื้นฟูด้วยสูตรหมักผม จากธรรมชาติ นอกจากมีประโยชน์แล้ว ยังปลอดภัย ไม่ต้องเสี่ยงกับสารเคมี ถูกและดีที่มีอยู่จริง ใครมีเวลาว่าง สามารถทำตามสูตรเหล่านี้ได้เลย สูตรหมักผม ทรีทเม้นท์แบบธรรมชาติ น้ำมันมะกอก อีกหนึ่งสูตรยอดฮิต ด้วยคุณประโยชน์ของน้ำมันมะกอกที่บำรุงเส้นผมได้อย่างหลากหลาย เช่น ป้องกันเส้นผมและหนังศีรษะสูญเสียความชุ่มชื้น ใครที่ผมแห้งชี้ฟูหนักๆ ขอแนะนำให้ลองใช้น้ำมันมะกอกได้เลย แก้ปัญหาอาการคันหนังศีรษะ ขจัดรังแค ลดการสะสมของเชื้อราและแบคทีเรีย หากใช้น้ำมันมะกอกอย่างเดียว ก็ชโลมให้ทั่วหนังศีรษะได้เลย ใช้เวลา 5-10 นาทีจึงล้างออกแล้วสระผมต่อได้เลย หรือเพิ่มส่วนประกอบเข้ามาเช่น น้ำมันมะกอกคู่กับน้ำผึ้ง ใช้ก่อนสระผม หมักไว้ 20 นาที สูตรนี้จะช่วยให้ความชุ่มชื้นพร้อมลดผมแตกปลายได้ดี สูตรน้ำมันมะพร้าว จัดเป็นไอเท็มที่ใครดูแลผมอยู่ต้องมีเลยกับน้ำมันมะพร้าว สามารถใช้น้ำมะพร้าวเดี่ยวๆ เลย เพราะน้ำมันมะพร้าวช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับเส้นผม ช่วยให้เส้นผมแข็งแรง ลดการขาดร่วง กระตุ้นให้ผมยาวเร็วขึ้น ช่วยขจัดรังแค นอกจากนี้ยังฟื้นฟูให้เส้นผมเงางาม ฟื้นฟูผมถูกทำร้ายจากความร้อน ให้สวยมีน้ำหนักขึ้น เปรียบเหมือนเป็นคอนดิชันเนอร์  โดยการชโลมน้ำมันมะพร้าวให้ทั่วหนังศีรษะ […]

รู้ก่อนพลาดหากคิดจะเสริมวิตามินซี

วิตามินซี (Ascobic Acid) คือวิตามินที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน เนื้อเยื่อต่างๆให้กับร่างกาย เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ จากมลพิษที่อยู่รอบๆตัวเรา และลดอาการเสื่อมของเซลล์ในร่างกาย เป็นวิตามินซีที่มีประโยชน์มากมายจริงๆต่อร่างกาย แต่ก่อนที่ทุกคนคิดจะทานวิตามินซี ควรจะทำความรู้ความเข้าใจของวิตามินซีก่อนเพื่อให้ได้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าจากมัน ทาน วิตามินซี มากเกินความจำเป็น จะเกิดอะไรขึ้น วิตามินซีมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ หากรับประทานมากเกินไป จะส่งผลเสียต่อระบบย่อยอาหาร อาจจะมีอาการปวดท้อง แสบท้อง หรือท้องอืดได้ เมื่อทานวิตามินซีมากเกินไป วิตามินซีก็จะไปดูดซึมธาตุเหล็ก จะทำให้ร่างกายมีธาตุเหล็กตกค้าง และจะส่งผลให้ร่างกายอ่อนแอ คลื่นไส้ เวียนหัว หรือถ้าหาก ธาตุเหล็กไปตกค้างตามผิวหนังจะทำให้ผิวหมองคล้ำ และเกิดมีโรคต่างๆตามมาอีกด้วย เสี่ยงเป็นนิ่วในไต เนื่องจากวิตามินซีจะถูกขับออกทางปัสสาวะ และถ้าหากมีการตกค้างอยู่เยอะจะกลายเป็นตะกอนตกผลึก และจึงเกิดเป็นสาเหตุของนิ่วในไตนั่นเอง ปริมาณในการรับประมาณวิตามินซี ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคน โดยจะขึ้นอยู่กับอายุ และปัจจัยอื่นๆอีกเช่นขณะนั้นกำลังป่วยอยู่หรือกำลังตั้งครรภ์หรือไม่ ซึ่งจะอยู่ที่ปริมาณปกติ 50 -100 มิลลิกรัมต่อวันต่อคน ในส่วนของการดูดซึมของวิตามินซี ยิ่งมิลลิกรัมมากเท่าไร การดูดซึมยิ่งน้อยลงตามลำดับ ดังนั้นหากเลือกทานวิตามินซีที่มีมิลลิกรัมมาก จะทำให้มีการตกค้างมากตามไปด้วย การรับประทานวิตามินซีควรทานควบคู่กับอาหารเช้าและเย็น เพื่อลดอาการปวดแสบท้อง การเก็บวิตามินซีในอุณหภูมิที่ถูกต้อง วิตามินซีจะไม่ชอบแสงแดด ความร้อน หรือความชื้น วิตามินซีจะชอบอยู่ในอุณภูมิที่เย็น และควรเก็บในภาชนะที่สามารถกันแสงแดดได้ดี […]

สุขภาพ-รู้จัก โรคซึมเศร้า กับพฤติกรรมเสี่ยงทางจิต

โรคซึมเศร้า ในปัจจุบันหลายคนคงได้ยินคำว่าโรคซึมเศร้ากันอย่างแพร่หลาย แต่คงยังไม่รู้ถึงความรุนแรงของอาการที่แท้จริง และก็อาจจะยังไม่รู้ถึงผลกระทบต่อบุคคลรอบข้าง ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของสมองจริงๆหรือเกิดจากความรู้สึกท้อแท้ จนหาทางออกไม่ได้ โรคซึมเศร้า กับพฤติกรรมเสี่ยงทางจิต ทำความรู้จักกับโรคซึมเศร้า เป็นความผิดปกติทางด้านสมอง ซึ่งจะมีผลกระทบต่ออารมณ์ ความคิด ความรู้สึกที่เป็นมากกว่าอาการซึมเศร้าโดยปกติ ส่งผลไปถึงพฤติกรรมการแสดงออกและสุขภาพร่างกาย นั่นหมายถึงอาการผิดปกติทางจิต ที่เกิดจากสารสื่อประสาทที่ไม่สมดุลอย่าง ซีโรโตซิน โดปามีน และนอร์เอปิเนฟริน ซึ่งควรจะได้เข้ารับการบำบัด และจำเป็นจะต้องใช้ยา สำรวจพฤติกรรมความเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้า โดยถ้าหากมีอาการเหล่านี้มากกว่า 2 สัปดาห์ขึ้นไปโดยต้องมีอาการเหล่านี้ 5 ข้อและมีข้อ1 หรือข้อ2 ร่วมด้วยแสดงถึงการมีความเสี่ยงจะเป็นโรคซึมเศร้า ซึ่งควรจะรีบเข้ารับการปรึกษาแพทย์ มีอาการหงุดหงิดง่ายมากๆและติดต่อกันนาน หรือมีอาการเบื่อ ท้อแท้ปนเศร้า ไม่สนใจสิ่งต่างๆรอบตัว แม้กระทั่งสิ่งของที่ชอบ งานที่ชอบทำ น้ำหนักลดลง หรือเพิ่มขึ้น ซึ่งเกิดจากพฤติกรรมการกินเปลี่ยนไป เดี๋ยวกินมาก เดี๋ยวกินน้อย นอนซมหรือนอนแช่อยู่แต่บนที่นอน ทั้งที่อาจจะไม่ได้นอนหลับ มีการแสดงออกอย่างชัดเจนถึงความกระวนกระวาย ไม่มีเรี่ยวแรง หมดแรง และไม่อยากทำอะไร โทษตัวเองทุกเรื่อง รู้สึกผิดและไร้ค่า มีปัญหาในการคิดวิเคราะห์หรือตัดสินใจ หรือไม่มีสมาธิในการทำในสิ่งต่างๆ มีความคิดอยากฆ่าตัวตาย เมื่อมีการตรวจวินิจฉัย หรือการประเมินจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแล้ว สิ่งที่ผู้ป่วยและคนรอบข้างจะได้รับคือแนวทางการรักษาต่างๆ […]

มาหันทาน อาหารเพื่อสุขภาพ กันเถอะเพื่อสุขภาพที่ดีของตัวเรา

อาหารเพื่อสุขภาพ การดูแลสุขภาพซื้อเป็นสิ่งที่ใครหลายคนให้ความสนใจกันมากขึ้นยิ่ง สมัยนี้ที่มีสื่อประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้คนเราหันมาดูแลสุขภาพโดยเฉพาะอาหารการกินทั้งหลายที่ไม่ใช่ว่าจะกินไม่เลือกแต่ต้องเลือกกินให้ถูกต้องกับสุขภาพร่างกายของเรา เพื่อให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงต่อไป ชะลอการแก่เกินวัยและการเสื่อมสภาพของร่างกาย บทความนี้เราจึงขอนำเสนออาหารเพื่อสุขภาพที่ท่านควรเลือกรับประทานดังต่อไปนี้ อาหารเพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวเรา 1.มะนาว มะนาวเป็นพืชที่มีวิตามินซีค่อนข้างสูง นอกจากน้ำมะนาวแล้ว เส้นใยในมะนาวเองก็มีสารที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพร่างกายของผู้รับประทานให้แข็งแรง และว่ากันว่ามีส่วนช่วยในการลดน้ำหนัก และลดโอกาสเกิดโรคหัวใจและโรคโลหิตจางรวมทั้งนิ่วในไต หรือแม้กระทั่งโรคในกระเพาะ และลำไส้ โดยเฉพาะโรคที่น่ากลัวอย่างโรคมะเร็งอีกด้วย 2.มันเทศ ว่ากันว่าอาหารเช่นประเทศถือเป็นอาหารที่สำคัญที่จะช่วยให้สุขภาพของเราแข็งแรง และยังเป็นพืชเศรษฐกิจที่จะช่วยป้องกันช่วงขาดแคลนอาหารได้เป็นอย่างดี เพราะเป็นพืชที่มีหลากหลายสายพันธุ์เมื่อรับประทานลงท้องเข้าไปแล้ว มันสามารถเปลี่ยนแปลงสารในมันเทศให้กลายเป็นน้ำตาลได้ จะเอาไปปรุงแบบต้ม นึ่ง อบ ทอด ก็อร่อยได้ ยิ่งช่วยเพิ่มวิตามินเอ ป้องกันไม่ให้เกิดโรคท้องผูก และโรคเบาหวาน ป้องกันมะเร็งได้อีกด้วย 3.ถั่วฝักยาว สำหรับคนบางคนอาจจะไม่ชอบถั่วฝักยาว เพราะเจอถั่วฝักยาวเป็นส่วนประกอบของอาหารที่ไร ก็มักจะบ่นหากแต่ในความคิดแล้วท่านอาจจะไม่ทราบว่าถั่วฝักยาวก็ถือว่าเป็นพืชตระกูลถั่วอีกชนิดหนึ่ง สามารถนำมาประกอบอาหารโดยตรง หรือเป็นเครื่องเคียงในการรับประทานอาหารอื่นๆได้ และยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายอย่างสูงไม่ว่าจะเป็น ลดอาการเสี่ยงของโรคเบาหวาน และกระดูกพูน โรคมะเร็งและช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้เป็นอย่างดี รวมทั้งให้ผู้ที่รับประทานอาหารหลับสบายด้วย 4.ผักโขม เป็นพืชผักสีเขียวที่มีทั้งธาตุเหล็ก และกรดอะมิโนที่สำคัญต่อสภาพร่างกาย มีวิตามินหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นวิตามินซี วิตามินเอ วิตามินบี วิตามินเค คุณสมบัติที่สำคัญในการช่วยบำรุงสายตา ต่อต้านอนุมูลอิสระบำรุงผิวพรรณและช่วยป้องกันมะเร็งในเต้านมอีกด้วย 5.บล็อกโคลี่ อีกพืชผักที่พบเห็นได้ตามตลาด จึงสามารถซื้อหารับประทานได้ให้โดยเป็นอาหารในตระกูลดอกกะหล่ำ […]

ประโยชน์ของเกลือหิมาลายันหรือเกลือสีชมพู

เกลือสีชมพู กับ เกลือป่นสีขาวดั่งเม็ดทรายละเอียดเป็นเครื่องปรุงรสเพิ่มรสชาติเค็มให้อาหารหลากหลายประเภท พร้อมทั้งให้แร่ธาตุไอโอดีนที่มีประโยชน์ช่วยป้องกันโรคคอหอยพอก  นอกจากนี้ในปัจจุบันยังมีเกลืออีกประเภทหนึ่งที่มีวิตามินและแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายและยังมีสรรพคุณอื่นๆ อีกมากมาย นั่นคือ เกลือสีชมพูหรือเกลือหิมาลายัน  เกลือสีชมพูมีต้นกำเนิดมาจากเทือกเขาหิมาลัยและแหล่งเกลือสีชมพูขนาดใหญ่อยู่ที่ประเทศปากีสถาน  ซึ่งเกลือสีชมพูมีประโยชน์ดังต่อไปนี้ เกลือสีชมพูมีประโยชน์ในการปรุงอาหาร  เนื่องจากเกลือสีชมพูมีรสชาติเค็มและออกหวานนิดๆ ทำให้ผู้คนนิยมนำเกลือสีชมพูไปโรยสเต็กเพื่อเพิ่มรสชาติกลมกล่อม หรือเป็นเครื่องปรุงรสในซุปชนิดต่างๆ และยังสามารถนำเกลือสีชมพูไปเพิ่มรสชาติข้าวหน้าปลาแซลมอนให้อร่อยยิ่งขึ้น หรือคุณจะนำเกลือสีชมพูไปชงเป็นน้ำดื่มเพื่อเติมวิตามินและเกลือแร่อันเป็นประโยชน์ต่อร่างกายได้อีกด้วย เกลือสีชมพูเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในวงการสปา เพราะเกลือสีชมพูนำมาเป็นเกลือขัดผิวหรือเกลือแช่ตัวที่มีประโยชน์ต่อผิวพรรณของคุณสาวๆ มากมาย อาทิเช่น  ช่วยดูดซับสารพิษและสิ่งสกปรกออกจากผิวหนังได้อย่างล้ำลึกสะอาดหมดจด  และเกลือสีชมพูยังมีประโยชน์ช่วยขจัดเซลผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดร่วงออกมา อีกทั้งเกลือสีชมพูช่วยบำรุงผิวพรรณให้คุณเนียนนุ่ม เป็นต้น เกลือสีชมพูมีประโยชน์ต่อช่องปากและฟัน  เราสามารถนำเกลือสีชมพูมาแปรงฟันหรืออมบ้วนปากเพื่อป้องกันแบคทีเรียในช่องปากและป้องกันโรคเหงือกได้อีกด้วย  ทั้งนี้เกลือสีชมพูยังมีประโยชน์ช่วยดีท็อกซ์สิ่งสกปรกในลำไส้ทำให้ระบบขับถ่ายของคุณทำงานได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น  และหากวันไหนคุณรู้สึกเมื่อยล้าที่เท้าการได้นั่งแช่เท้าในน้ำเกลือสีชมพูอุ่นๆ จะช่วยให้คุณผ่อนคลาย สบายเท้ามากยิ่งขึ้น หวังเป็นอย่างยิ่งว่าประโยชน์มากมายมหาศาลนานัปการของ  จะทำให้คุณสาวๆ อยากมีเกลือสีชมพูติดบ้านไว้กันเป็นประจำนะคะ ลองหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก เว็บแนะนำข้อมูลสุขภาพ หรือบทความ ข่าวสุขภาพอื่น “น้ำมะพร้าว” กับความเชื่อผิดๆ ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้

เป็น สิว ปุ๊บ! หายปั๊บ! ทำได้ยังไง

“ สิว ”  ใครคิดว่าไม่สำคัญ  หากสิวขึ้นบนใบหน้าหรือตามเนื้อตัวของใคร  ย่อมไม่ใช่เรื่อง  “สิวๆ”   อย่างแน่นอน  โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาสิวเห่อและสิวเรื้อรัง  งั้นมาดูว่าเมื่อสิวขึ้นปุ๊บต้องทำอย่างไรปั๊บกันดีกว่าค่ะ เป็น สิว ขึ้นบนใบหน้างั้นมาดูว่าเมื่อสิวขึ้นปุ๊บต้องทำอย่างไร      สิวเกิดจากอะไร?      สิวเกิดจากการอักเสบของต่อมไขมัน  ดังนั้นสิวจึงขึ้นบริเวณที่มีต่อมไขมันมากอย่างบริเวณใบหน้า  ลำคอ  ไหล่  หน้าอก  หลัง  และต้นแขน  ซึ่งสาเหตุของการเกิดสิวมีมากมาย  ได้แก่  เกิดความมันบนใบหน้า  (สาเหตุหลักของสิว)  ความสกปรก  เกิดการระคายเคือง  เกิดความเครียด       วิธีรักษาสิวอย่างทันท่วงที      หยุดการสัมผัสเดี๋ยวนี้       หมายถึงการไม่สัมผัส  แกะ  เกา  หรือบีบสิวอย่างเด็ดขาด  เพราะมือของเราอาจไม่สะอาดเพียงพอ  จะยิ่งทำให้สิวอักเสบหรือเกิดรอยแผลเป็นให้วิตกกันไปใหญ่  หากไม่บีบสิว  สิวจะค่อยๆ ยุบไปเองโดยไม่ทิ้งร่องรอยแผลเป็นไว้      ล้างอย่างหมดจด      #  แนะนำให้คุณล้างหน้าให้สะอาดทุกเช้าและเย็น  โดยการล้างเบาๆ  ไม่ถูรุนแรง  หากไม่ได้ออกไปไหนให้ใช้น้ำเปล่าล้างก็พอ  หรือหากออกจากบ้านให้ใช้สบู่เด็กหรือโฟมล้างหน้าที่อ่อนโยนต่อผิวค่ะ      #  […]

3 ขั้นตอนเลือก สครับขัดผิว ให้เหมาะกับความต้องการ

สครับขัดผิว เพราะปัจจุบันผิวพรรณของเราต้องเผชิญกับมลภาวะมากมาย และหลายครั้งก็ไม่สามารถทำความสะอาดได้อย่างหมดจดและล้ำลึกพอจนทำให้มลภาวะที่ตกค้างอยู่ทำร้ายเซลล์ผิวจนดูหมองคล้ำเกิดเป็นศัตรูกับความงามและริ้วรอยที่มาก่อนวัยอันควร ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวอย่างสครับขัดผิวจึงกลายมาเป็นตัวเลือกที่จำเป็นสำหรับการบำรุงผิวพรรณเพื่อการทำความสะอาดผิวที่ล้ำลึกขึ้นกว่าเดิม และแน่นอนว่าเราไม่จำเป็นต้องไปสครับขัดผิวที่สปาอีกแล้วเพราะในท้องตลาดมีสครับขัดผิวมากประสิทธิภาพมากมายให้เลือกใช้กัน ปัญหาจึงกลายเป็นเราจะเลือกสครับขัดผิวที่เหมาะกับความต้องการของผิวเราได้อย่างไร คำถามนี้มีสามส่วนด้วยกันที่ต้องพิจารณา สครับขัดผิว เลือกให้เหมาะกับความต้องการ ของผิว 1. คำนึงถึงสภาพผิวที่ต้องการขัด เราควรดูความต้องการแลสภาพผิวของเราก่อนว่าสภาพผิวของเราบอบบางเป็นพิเศษหรือไม่ หากใช่ก็ควรเลือกสครับขัดผิวที่ใช้สารสครับที่อ่อนโยนต่อผิวพรรณเป็นพิเศษเช่นน้ำตาล เกลือ หรือสมุนไพรในการขัดผิว เพราะส่วนประกอบเหล่านี้เป็นสารที่มาจากธรรมชาติและไม่ทำร้ายผิวมากเกินไป แต่หากต้องการสครับขัดผิวที่แห้งกร้านเป็นพิเศษเช่นข้อศอกหรือหัวเข่าก็ควรเลือกสครับที่มีส่วนผสมอย่างเปลือกนัทบด เมล็ดธัญพืชบด ที่มีผิวสัมผัสหยาบสักหน่อย ที่จะช่วยขัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพออกไปได้ดีขึ้น 2. คำนึงถึงส่วนประกอบที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิว การใช้สครับขัดผิวเป็นการรบกวนผิวแบบหนึ่ง เพราะเป็นการขจัดเซลล์เก่าให้หลุดร่อนออกไปและทำให้เกิดผิวใหม่ขึ้นมาทดแทน ซึ่งกระบวนการนี้จะทำให้ผิวเกิดความแห้งกร้านและบอบบางได้ง่ายเป็นพิเศษ สารที่เติมความชุ่มชื้นให้กับผิวอย่างน้ำมันสกัดจากเมล็ดพืช น้ำมันมะพร้าว หรือเชียร์บัตเตอร์จึงเป็นส่วนประกอบสำคัญที่จะช่วยลดความแห้งกร้านของผิวหลังจากการสครับขัดผิว ทำให้ผิวรู้สึกสบายขึ้นได้ 3. คำนึงถึงส่วนประกอบที่เป็นสารบำรุงผิวและความงามอื่น ๆ โดยปกติแล้วน้ำมันสกัดจากพืชมักเป็นแหล่งที่อุดมด้วยวิตามินอีซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระโดยธรรมชาติ การมีส่วนผสมเหล่านี้อยู่ในผลิตภัณฑ์จะช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะและต่อต้านการเกิดริ้วรอยได้ด้วย ขณะที่ส่วนประกอบอย่างสารสกัดดอกลาเวนเดอร์หรือชาเขียวมักจะมีสารต้านการอักเสบ ซึ่งจะช่วยเยียวยาผิวที่ถูกรบกวนจากการสครับได้เป็นอย่างดี เห็นอย่างนี้แล้วการเลือกสครับขัดผิวให้เหมาะกับความต้องการก็ไม่ได้เป็นเรื่องยากเลย แค่ลองดูความต้องการและส่วนประกอบที่จะสนองต่อความต้องการเหล่านี้ได้ แล้วการเลือกสครับขัดผิวเพื่อความงามครั้งต่อไปก็จะง่ายขึ้นกว่าเดิมและได้ของตรงใจมากขึ้นกว่าเดิมแล้ว ลองหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก เว็บแนะนำข้อมูลสุขภาพ หรือบทความ การดูแลสุขภาพ หรืออื่นๆเช่น อาบน้ำ “นานแค่ไหน” ถึงเรียกว่าสะอาด

ฉีดวัคซีนป้องกัน มะเร็งปากมดลูก (HPV) ในเด็กหญิงดีจริงมั้ย ?

มะเร็งปากมดลูก จากข่าวโลกออนไลน์ที่กำลังโด่งดัง เด็กหญิงวัย 11 ปี เสียชีวิตหลังจากที่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกัน(HPV) จึงทำให้ผู้คนให้ความสนใจเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนป้องกัน (HPV)       ในเด็กนักเรียนช่วงอายุตั้งแต่ 9 ปีเป็นต้นไป หรือก่อนมีเพศสัมพันธ์ ว่าฉีดวัคซีนแล้วดีจริงมั้ย ? หรือเด็กหญิงวัย 11 ปีเสียชีวิตจากการฉีดวัคซีนป้องกัน(HPV) จริงหรือเปล่า ??? ฉีดวัคซีนป้องกัน มะเร็งปากมดลูก (HPV) ในเด็กหญิง อันตรายหรือไม่ ณ. ตอนนี้สถาบันมะเร็งแห่งชาติยังไม่มีการสรุปแน่ชัดว่าเด็กหญิงวัย 11 ปี เสียชีวิตจากการได้รับการฉีดวัคซีนป้องกัน (HPV) ยังคงต้องรอผลชันสูตรจากโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ต่อไป           มะเร็งปากมดลูก (Cervical Cancer) คือ มะเร็งที่เกิดขึ้นที่บริเวณอวัยวะสืบพันธ์ของเพศหญิง และเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในเพศหญิง โดยช่วงอายุที่พบว่าเป็นมากที่สุด คือ ช่วงอายุ     35 – 60 ปี ในหญิงไทย สาเหตุการเกิดโรคเกิดจากการติดเชื้อ Human Papillomavirus หรือ HPV มักจะเกิดการติดเชื้อบริเวณปากมดลูก เชื้อ Human Papillomavirus […]

โรคนอนไม่หลับ อันตรายที่คาดไม่ถึง!!

โรคนอนไม่หลับ ในปัจจุบันนี้คนส่วนมากมีแนวโน้มที่จะนอนดึกกันมากขึ้น  อาการที่แฝงมาอีกหนึ่งอย่างของการนอนดึก คือ โรคนอนไม่หลับ   ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างมากแบบที่คุณอาจคิดไม่ถึงกันเลยล่ะค่ะ อาการของโรคนี้จะมีอาการนอนหลับๆตื่นๆ   นอนหลับยากพอหลับก็มักจะตื่นมากลางดึกแล้วพอจะนอนต่อกลับนอนไม่หลับซะอย่างงั้น  หรือบางคนอาจจะตื่นเร็วเกินไปตื่นตีสองตีสาม   แล้วนอนต่อก็ไม่หลับ  ทำให้การนอนของคุณเป็นการนอนที่ด้อยประสิทธิภาพ   พอตื่นนอนตอนเช้ารู้สึกว่านอนไม่พอเหมือนไม่ได้นอน  เบลอๆ  มึนงง  ง่วงนอนในระหว่างวัน  เป็นต้น โรคนอนไม่หลับ อันตรายที่คิดไม่ถึง สาเหตุที่ทำให้เป็นโรคนอนไม่หลับ   1.สุขภาพ   ในกรณีนี้อาจจะเกิดจากการมีโรคประจำตัว  อาการเจ็บป่วยไม่สบายในช่วงนั้นๆ  เช่น  เป็นไข้  ไอ  จาม  โรคนอนกรน  โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ  โรคเบาหวาน  โรคความดัน  อาจจะเกิดจากระดับของฮอร์โมนในแต่ละช่วงวัย  ซึ่งพบมากในเพศหญิงและผู้สูงวัยที่มีระดับฮอร์โมนปรับลดลงหรือที่เรียกกันว่าช่วงวัยทอง เป็นต้น 2.จิตใจ   มักพบในคนที่มีความเครียด  กดดัน  วิตกกังวล  ฟุ้งซ่าน  ผู้ที่ชอบเปรียบเทียบชีวิตของตนเองและผู้อื่นจนทำให้ตนรู้สึกไม่พอใจในชีวิตของตน  รู้สึกด้อยกว่า ประสบความสำเร็จน้อยกว่า  จนเกิดเป็นความไม่สบายใจจนนอนไม่หลับ เป็นต้น 3.สภาพแวดล้อม  อาจเกิดจากภายในห้องนอนมีเสียงดังคอยรบกวน  แสงสว่างมากเกินไป  อากาศถ่ายเทไม่สะดวก เป็นต้น 4.ไลฟ์สไตล์   เช่น ติดเกมส์  ติดละคร  ซีรี่ย์  เล่นโซเชียล  เที่ยวกลางคืน  […]

น้ำตาล ทำร้ายร่างกายเราได้อย่างไร

น้ำตาล สำหรับสาว ๆ น้ำตาลอาจไม่ใช่สารให้ความหวานในอาหารเท่านั้น แต่เป็นสารให้ความหวานต่อจิตใจ หากจะขาดอะไรก็ขาดได้ แต่การขาดของหวานนั้นไม่ได้ มันเหมือนขาดอะไรไปจนบางครั้งชวนให้หงุดหงิดเอาจริง ๆ เพราะน้ำตาลช่วยให้อาหารคาวมีรสชาติกลมกล่อมขึ้น และทำให้ของหวานเป็นของหวาน ดังนั้นในชีวิตประจำวันของเราจะขาดอะไรก็ขาดได้ แต่ขาดนั้นตาลนั้นไม่ได้ ทว่ารู้หรือไม่… น้ำตาลนั้นมีผลต่อสุขภาพของเรามากกว่าที่คิด ในแบบที่สาว ๆ ได้รู้แล้วอาจร้องกรี๊ดจนพาลเลิกกินไปเลยก็ได้ น้ำตาล ทำร้ายร่างกายเราได้อย่างไร มาดูกัน 1. น้ำตาลเป็นต้นตอของโรคร้ายนานับประการและเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เพราะน้ำตาลเป็นสารที่ให้พลังงานสูง เมื่อรับเข้าสู่ร่างกายแล้วจะเปลี่ยนรูปไปเป็นไกลโคเจนเก็บไว้ในตับ แต่หากมีปริมาณล้นเกินก็จะถูกเปลี่ยนไปเป็นไขมันส่งไปตามกระแสเลือดและไปสะสมอยู่ตามใต้ชั้นผิวหนังอย่างหน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา และสะโพก เป็นสาเหตุให้เกิดโรคอ้วนและทำให้โครงสร้างของร่างกายรับน้ำหนักมากเกินไปจนเสียรูปได้ และหากไขมันที่ส่งไปทางกระแสเลือดนั้นเกิดไปอุดตันก็เสี่ยงให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันได้ ยังไม่นับรวมถึงโรคร้ายที่เรารู้จักกันดีอย่างเบาหวาน 2. น้ำตาลทำให้เกิดการเสพติด น้ำตาลเป็นสารที่ออกฤทธิ์คล้ายสารเสพติดอย่างนิโคติน เวลาเข้าสู่ร่างกายจะไปกระตุ้นการหลั่งสารเซโรโทนินที่เป็นสารที่ทำให้เกิดความสุข แต่ทุกครั้งที่กินน้ำตาลเข้าไปจำเป็นต้องกินเข้าไปในปริมาณที่มากกว่าเดิมเพื่อให้มีการหลั่งเซโรโทนินเท่าเดิมคล้าย ๆ กับการใช้สารเสพติด และหากวันไหนที่ไม่ได้รับน้ำตาลจะมีอาการครั่นเนื้อครั่นตัว หงุดหงิด สุขภาพแย่ลง ทำให้ต้องหามาทานอยู่เรื่อย ๆ และเลิกไม่ได้เสียที 3. น้ำตาลกระตุ้นให้เกิดการอักเสบในร่างกาย น้ำตาลเป็นสารที่กระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระในร่างกาย ที่จะเข้าไปรบกวนและทำลายโครงสร้างของคอลลาเจนให้มีความยืดหยุ่นน้อยลง อันเป็นสาเหตุให้เซลล์เสื่อมสภาพและเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นได้เร็วกว่าปกติ น้ำตาลยังเป็นตัวกระตุ้นให้การอักเสบในร่างกายมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งล้วนไม่ก่อให้เกิดผลดีต่อสุขภาพของสาว ๆ เลย จากผลกระทบของน้ำตาลต่อร่างกายทั้งสามข้อที่กล่าวมา […]

Back To Top