โรคอ้วนในเด็ก ภัยร้ายที่คุณคราดไม่ถึง

โรคอ้วนในเด็ก

โรคอ้วนในเด็ก รู้สึกคล้ายกันไหมว่า ทุกวันนี้เวลาไปไหนมาไหนมักจะพบเด็กอ้วนหรือไม่ก็วัยรุ่นอ้วนมากขึ้นทุกที มีเด็กประถมต้นบางคนที่ส่วนสูงยังไม่ถึง 120 ซม. หนักตั้ง 40 กก.เลยทีเดียว และวัยรุ่นหนุ่มสาวกลุ่มหนึ่งก็มีรอบเอวและรอบพุงที่มากเกินพิกัดด้วย

โรคอ้วนในเด็ก

            น่าสังเกตว่าเกือบสองทศวรรษมาแล้วที่เมืองไทยเราพบปัญหาเด็กอ้วน  เช่นงานวิจัยเรื่องหนึ่งของ ณฐกร  ชินศรีวงศ์กูล เพื่อหาคำตอบในกลุ่มเด็กประถมปีที่ 6 สังกัดสถานศึกษาเอกชนในกรุงเทพฯ 58 แห่ง จำนวน 397 รายที่มีภาวะโภชนาการเกินมาตรฐาน (เด็กอ้วน) เมื่อปี 2544 ซึ่งประเด็นที่ค้นพบก็คือ เด็กชายอ้วนกว่าเด็กหญิง เพราะกินอาหารที่ให้พลังงานสูงกว่า ขณะที่เด็กหญิงห่วงภาพลักษณ์มากกว่า โดยที่ส่วนใหญ่เด็กกลุ่มนี้อยู่ในวัย 11 ปี ซึ่งจากผลการศึกษาของต่างชาติ ถือว่าเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วนในวัยผู้ใหญ่มากกว่าเด็กปกติถึง 6.3 เท่าทีเดียว

            ส่วนสาเหตุที่ทำให้เด็กอ้วน มีดังต่อไปนี้

โรคอ้วนในเด็ก 789

เด็กกินอาหารมากในมื้อเย็นหลัง 18.00 น. แถมยังมีกลุ่มที่กินอาหารมากกว่าสามมื้อในหนึ่งวันถึงร้อยละ 81.6

เด็กมีความรู้เรื่องโภชนาการในระดับ “พอใช้” เท่านั้น จึงทำให้มีพฤติกรรมบริโภคที่ไม่เหมาะสม

เด็กอ้วนเพราะคิดว่า “คนอ้วนคือคนที่อยู่ดีกินดี” ซึ่งมีจำนวนมากถึงร้อยละ 93.9 ในขณะที่ร้อยละ 70.5 เห็นว่าคนอ้วนคือคนที่มีสง่าราศี           

เด็กอ้วนเพราะมีความเชื่อผิดๆ ในการบริโภคอาหาร เช่น กินอิ่มทุกมื้อไม่ทำให้ขาดสารอาหารแน่นอน,  กินผลไม้เท่าไรก็ไม่อ้วน ทั้งที่ผลไม้บางชนิดมีพลังงานและน้ำตาลสูงมาก, น้ำอัดลมไม่ทำให้อ้วน, อาหารทอดดีกว่าต้มเพราะรสอร่อยกว่า เป็นต้น

เด็กอ้วนเพราะว่า ขนมหวานกับอาหารทอดเป็นสินค้าที่เด็กเข้าถึงได้ง่าย คือเมื่อเหลือเงินจากการซื้ออาหารหลัก เด็กอ้วนจำนวนเกือบครึ่งหนึ่งมักซื้อน้ำอัดลม รองลงมาคือ ลูกกวาดและหมากฝรั่ง

เด็กอ้วนเพราะกินตามอย่างพ่อแม่ โดยที่พบว่าพ่อแม่ของเด็กอ้วนชอบบริโภคอาหารจีนถึงร้อยละ 41.8 อาหารจานด่วน ร้อยละ 38.5 และทำกับข้าวด้วยวิธีผัด ทอด สูงมากถึงร้อยละ 89.17    

เด็กอ้วนเพราะเลือกบริโภคตามเพื่อนเพื่อให้เป็นที่ยอมรับ โดยร้อยละ 97.4 เข้าร้านอาหารจานด่วนเป็นประจำ

เด็กอ้วนเพราะกินตามสื่อโฆษณา ซึ่งอาหารที่ผ่านสื่อโฆษณามักให้พลังงานสูง เช่น พิซซ่า แฮมเบอร์เกอร์ ไก่ทอด น้ำอัดลม ขนมกรุบกรอบ โดยมีสัดส่วนเด็กอ้วนที่เลือกซื้อของขบเคี้ยวเป็นประจำเพราะชอบดาราที่โฆษณามากถึงร้อยละ 45.4      

เมื่อทราบปัญหาเช่นนี้แล้ว ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชนควรมีส่วนร่วมกันสกัดเด็กอ้วนตามบทบาทและหน้าที่ของแต่ละฝ่าย เพื่อมิให้คนหนุ่มคนสาวในรุ่นต่อไปของเราต้องเผชิญกับโรคทั้งที่มีหนทางป้องกัน อันจะช่วยลดความสูญเสียต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นตามมา

ลองหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก เว็บแนะนำข้อมูลสุขภาพ หรือบทความ

ข้อมูลสุขภาพอื่นๆ ทำไมถึงไม่ควร “กินยากับนม”?

Back To Top