รู้หรือไม่ ผู้หญิงก็เป็น ไส้เลื่อน ได้เหมือนกัน!

ไส้เลื่อน p1

     ไส้เลื่อน คุณเป็นคนหนึ่งหรือเปล่าที่เข้าใจ (ผิด) มาตลอดว่า  โรคไส้เลื่อนเป็นโรคที่เกิดกับผู้ชายเท่านั้น  ทั้งที่ความจริงแล้วผู้หญิงก็สามารถเป็นโรคนี้ได้  เพียงแต่พบในผู้ชายมากกว่าเท่านั้น

ผู้หญิงก็เป็น ไส้เลื่อน ได้เหมือนกัน!นะ

     อันตรายจากไส้เลื่อน

ไส้เลื่อน p3

     ไส้เลื่อนไม่เป็นอันตรายก็จริง  แต่หากปล่อยทิ้งไว้นานๆ ลำไส้ก็อาจทะลักออกมามากจนผนังช่องท้องรัดตัว  เป็นเหตุให้ลำไส้ขาดเลือด  ส่งผลให้เนื้อเยื่อเกิดการติดเชื้อและเสียชีวิตในที่สุด  ดังนั้นจะประมาทกับโรคไส้เลื่อนไม่ได้เด็ดขาด

     สาเหตุของไส้เลื่อน

ไส้เลื่อน p2

     #  ทำไมผู้ชายถึงเป็นไส้เลื่อนมากกว่าผู้หญิงล่ะ?

     ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะบริเวณขาหนีบของผู้ชายจะมีช่องถุงอัณฑะซึ่งอ่อนแรงได้ง่าย  โอกาสที่ไส้จะเลื่อนจึงมีสูงกว่านั่นเอง

     #  สาเหตุของไส้เลื่อนในผู้หญิง

     ผู้หญิงคนไหนที่ชอบยกของหนักๆ เป็นประจำ  ผ่าตัดหรือผ่าคลอดอันเนื่องมาจากการตั้งครรภ์  กล้ามเนื้อบริเวณหน้าท้องก็อาจอ่อนแรงจนเป็นสาเหตุให้ไส้เลื่อนได้ 

     #  การไอหรือจามแรงๆ 

     ซึ่งอาจมาจากการติดเชื้อในทางเดินหายใจ  การสูบบุหรี่เป็นประจำ  เป็นโรคถุงลมโป่งพอง  หรือเป็นวัณโรค

     #  การเป็นโรคเกี่ยวกับระบบขับถ่าย 

     เช่น  โรคท้องผูก  ซึ่งทั้งผู้ชายและผู้หญิงมีโอกาสเป็นโรคนี้ได้เหมือนๆ กัน

     #  การมีน้ำหนักเกินเกณฑ์หรือเป็นโรคอ้วน

     อาการของไส้เลื่อน

     #  อาการเริ่มแรก

     ช่วงเริ่มต้นจะไม่มีอาการเจ็บปวดใดๆ  แต่จะสังเกตตัวเองได้ว่ามีก้อนตุงๆ อยู่ในบางส่วนของร่างกายที่เป็นไส้เลื่อน

     #  อาการต่อมาหากไม่รีบรักษา

     จะรู้สึกจุกๆ ไปจนถึงขั้นเจ็บปวดในบริเวณที่เป็นไส้เลื่อนได้ 

     #  อาการรุนแรงแล้ว

     จะรู้สึกแน่นท้องและปวดแสบปวดร้อน  ซึ่งต้องได้รับการผ่าตัดโดยด่วน

     ไส้เลื่อนเกิดขึ้นบริเวณไดบ้าง?

ไส้เลื่อน p1

     ไส้เลื่อนเกิดได้หลายส่วนของร่างกาย  ได้แก่

     –  ไส้เลื่อนบริเวณถุงอัณฑะ  (ในผู้ชาย)

     –  ไส้เลื่อนบริเวณขาหนีบทั้งซ้ายและขวา

     –  ไส้เลื่อนบริเวณสะดือ

     –  ไส้เลื่อนบริเวณที่เคยผ่าตัดมาก่อนแล้ว

     การป้องกันไส้เลื่อน

     –  หมั่นกินอาหารที่มีเส้นใยสูง  เช่น  ผัก  ผลไม้  ธัญพืช  เพื่อลดอาการท้องผูก

     –  ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม

     –  ไม่ควรสูบบุหรี่เพื่อลดอาการไอ

     –  พยายามไอหรือจามเบาๆ

     –  หลีกเลี่ยงการยกของหนักเป็นประจำ

     –  รีบไปพบแพทย์หากมีอาการไอติดต่อกันอย่างผิดสังเกต

     หากรู้ตัวว่าเป็นไส้เลื่อนต้องทำอย่างไร?

     อันดับแรกคืออย่านิ่งนอนใจ  ให้หาเวลาไปพบแพทย์เพื่อปรึกษาหาแนวทางการรักษาต่อไป  ดีกว่าปล่อยเรื่องเล็กให้บานปลายกลายเป็นเรื่องใหญ่

ลองหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก เว็บแนะนำข้อมูลสุขภาพ หรือบทความ การดูแลสุขภาพ หรืออื่นๆเช่น รอย “พระจันทร์เสี้ยว” สีขาวบนเล็บนิ้วมือ บอกสุขภาพเราได้จริงหรือ?

Back To Top