ดับกระหายด้วย น้ำอัดลม ส่งผลเสียต่อสุขภาพระยะยาว

น้ำอัดลม p3

น้ำอัดลม หน้าร้อนอย่างนี้ใครก็ต่างหาเครื่องดื่มที่จะช่วยให้ดับกระหายและคลายร้อน เพราะสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมที่ไม่ได้เอื้ออำนวยต่อการดำเนินชีวิตสักเท่าไหร่นัก แน่นอนว่าเครื่องดื่มที่อาจถูกหยิบจับได้อย่างง่ายดายในตู้แช่เย็น อาจจะหนีไม่พ้น น้ำชาสำเร็จรูป น้ำอัดลม ที่มอบความหวาน ความสดชื่น และดับกระหาย ให้กับเราได้ในทันทีที่ได้ดื่ม และทำให้เราติดใจรสชาติ ติดใจความรู้สึกที่ได้รับในตอนนั้น

ดับกระหายด้วย น้ำอัดลม ส่งผลเสียต่อสุขภาพ

น้ำอัดลม p1

สิ่งที่สำคัญนอกจากเราจะต้องการหาเครื่องดื่มที่ช่วยดับกระหายแล้ว เราควรคำนึงถึงในเรื่องของสุขภาพด้วย หลายคนอาจทราบแต่ไม่ได้ให้ความสนใจหรือใส่ใจว่า เครื่องดื่มแต่ละประเภทที่สะดวกต่อการดื่มและสะดวกต่อความต้องการของเรานั้นประกอบด้วยน้ำตาลมากเกินกว่าความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน แถมยังเกินมาตรฐานขององค์การอนามัยโลกที่กำหนดไว้ว่าร่างกายควรได้รับน้ำตาลไม่เกิน 24 กรัมต่อวัน หรือประมาณ 6 ช้อนชาอีกด้วย

รู้หรือไม่ว่าเครื่องดื่มยอดฮิต เช่น น้ำอัดลม 1 กระป๋อง ขนาด 325 ml. นั้นมีปริมาณน้ำตาลมากถึง 12 ช้อนชา หรือน้ำผลไม้กล่อง ขนาด 200 ml. มีน้ำตาลมากถึง 5.75 ช้อนชา เป็นตัวเลขที่น่ากลัวพอสมควร และเป็นการดื่มเพื่อดับกระหาย เพิ่มความสดชื่นเพียงเท่านั้น แต่อย่าลืมว่าการใช้ชีวิตประจำวันของเราแต่ละคนมักจะได้รับน้ำตาลจากอาหารและเครื่องดื่มอื่นๆ เพิ่มด้วยเช่นกัน ดังนั้นการดื่มเครื่องดื่มเหล่านี้ จะทำให้ร่างกายได้รับน้ำตาลที่มากเกินความจำเป็นของร่างกาย และยังส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว อาทิ โรคฟันผุ โรคกระดูกพรุน และยังเป็นสาเหตุของโรคอ้วน หรืออาจเป็นสาเหตุของโรคอื่นๆ ที่เราอาจคาดไม่ถึง

น้ำอัดลม p2

เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว เราลองหันมาดับกระหายด้วยน้ำเปล่า ที่จะช่วยให้สุขภาพของเราดีขึ้น และส่งผลดีอย่างมากต่อร่างกาย เนื่องจากว่าร่างกายของคนเรานั้นประกอบด้วยน้ำเป็นส่วนใหญ่ เมื่อเราดื่มน้ำเปล่าก็จะช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดี เพิ่มการไหลเวียนของเลือด ปรับสมดุลต่างๆ ขับของเสียในร่างกาย ใน 1 วันเราควรดื่มน้ำอย่างน้อย 8-10 แก้ว เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ช่วยให้คลายร้อน แถมยังได้สุขภาพที่ดีด้วย

ลองหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก เว็บแนะนำข้อมูลสุขภาพ หรือบทความ การดูแลสุขภาพ หรืออื่นๆเช่น วิจัยชี้ ดื่ม “น้ำอัดลม” วันละ 1 กระป๋อง น้ำหนักอาจขึ้น 6.75 กก. ต่อปี

Back To Top