Search Results for: บาดเจ็บ

การดูแลสุขภาพ การป้องกันโรค ข่าวสุขภาพอื่นๆ โรคภัยไข้เจ็บ

นิ่วในต่อมน้ำลาย ป้องกันได้ด้วยการดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อลดการอักเสบ

น้ำลายหรือที่เรียกกันว่าน้ำบ่อน้อยซึ่งมีอยู่ในปากของทั้งคนและสัตว์จะสามารถผลิตน้ำลายออกมาได้วันละ 1.5 ลิตรซึ่งน้ำลายมีหน้าที่ในการช่วยย่อยอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตโดยมีเอนไซม์เอนไซม์แอลฟาอะไมเลส แล้วยังสามารถปรับสภาพความเป็นกรดด่างในปากจากเชื้อแบคทีเรียช่วยทำให้มีความสมดุลและไม่ทำให้ไม่เกิดอาการฟันผุและไม่เป็น นิ่วในต่อมน้ำลาย เว็บแนะนำสุขภาพ สาเหตุที่ทำให้เกิดนิ่วในต่อมน้ำลาย สาเหตุที่ทำให้เกิด นิ่วในต่อมน้ำลาย ได้ผลกระทบยาบางประเภทเช่นยาแก้แพ้ antihistamine ยาลด ความดันโลหิต หรือ ยากล่อมประสาทบางประเภทซึ่งส่งผลให้ทำให้ร่างกายขาดน้ำ ตลอดจนการเกิดได้รับผลกระทบ จากการได้รับความบาดเจ็บของต่างๆที่มีผลกระทบต่อน้ำลาย ต่อมน้ำลายทำงานผิดปกติและก่อให้เกิดนิ่วในต่อมน้ำลายได้และก่อให้เกิดการอักเสบและติดเชื้อได้ เมื่อเกิดก้อนนิ่วในต่อมน้ำลายหรือท่อส่งน้ำลายก็ทำให้น้ำลายไหลออกสู่ช่องปากไม่ได้การเกิดนิ่วในต่อมน้ำลายมักจะเกิดในต่อมน้ำลายใต้ขากรรไกรมากที่สุด เมื่อเป็นนิ่วในต่อมน้ำลายจะมีอาการอย่างไร มีอาการบวมใต้คางและเป็นปัญหาบ่อยๆโดยเฉพาะเวลาหลังรับประทานอาหารเพราะว่าน้ำลายไม่สามารถไหลออกมาจากช่องปากได้นั่นเอง ซึ่งก่อให้เกิดการอักเสบในผนังของต่อมน้ำลายและอาจจะเกิด เป็นฝีหนองได้และมีอาการเจ็บปวดขึ้นมาบริเวณนั้นเป็นอาการเรื้อรังจะปวดๆหายๆอยู่บ่อยๆถ้ายังมีก้อนนิ่วอยู่ในบริเวณต่อมน้ำลายจึงควรเอาออกเพื่อป้องกันอาการอักเสบและลุกลามจนกลายเป็นหนอง แนวทางการป้องกันการเกิด นิ่วในต่อมน้ำลาย ทำได้อย่างไร การป้องกันการเกิดนิ่วในต่อมน้ำลายทำได้โดยไม่ยากแค่เพียงดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอและสม่ำเสมอต่อวันอย่างเช่นวันละ 1.5ลิตรอีกครั้งควรจะมีการรักษาความสะอาดในช่องปากโดยการแปรงฟันเช้าเย็นอย่างเพียงพอรวมถึงบ้วนปากหลังทานอาหารทุกครั้งก็จะสามารถป้องกันการเกิดนิ่วในต่อมน้ำลายอีกครั้งการเกิดนิ่วในต่อมน้ำลายยังเป็นสาเหตุในการเกิดกลิ่นปากซึ่งถ้ามีกลิ่นปากแล้วก็จะส่งผลทำให้เสียบุคลิกภาพดังนั้นจึงควรรักษาความสะอาดในช่องปากร่วมถึงดื่มน้ำสะอาดบ่อยๆก็จะทำให้ป้องกันภาวะการเกิดนิ่วในต่อมน้ำลายรวมถึงยังมีระบบการขับถ่ายที่ดีและผิวพรรณเปล่งปลั่งนับว่าเป็นประโยชน์อีกอย่างหนึ่งของการดื่มน้ำสะอาด การเกิดนิ่วในต่อมน้ำลายแม้ว่าจะเป็นโรคที่ไม่รุนแรงแต่ก็สร้างความรำคาญให้แก่ผู้ที่เป็นนิ่วในต่อมน้ำลายไม่ว่าจะเป็นอาการปวดมีกลิ่นปากรวมถึงยังจะก่อให้เกิดอาการอักเสบได้ดังนั้นทางที่ดีก็ควรจะป้องกันด้วยการดื่มน้ำสะอาดบ่อยๆหมั่นทำความสะอาดในช่องปากอย่างสม่ำเสมอบ้วนวนปากหลังมื้ออาหารและแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้งเช้า และก่อนเข้านอนเพียงเท่านี้ก็จะลดโอกาสการเกิดนิ่วในต่อมน้ำลายได้สูง ดูแลสุขภาพกายแล้วอย่าลืมดูแลสุขภาพใจกันด้วยนะคะ ช่วงนี้เหลือว่าหลายคนต้องมีความเครียดกันค่อนข้างมาก แอดเลยมีเกมที่สามารถเล่นแล้วครายเครียดได้ที่ slot777

การดูแลสุขภาพ ข่าวสุขภาพอื่นๆ

การวิ่ง เป็นกิจกรรมที่หลายคนนั้นชอบกระทำกันในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์

การวิ่ง เป็นกิจกรรมที่หลายคนนั้นชอบกระทำกันในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ซึ่งแต่ละคนนั้นก็มีเป้าหมายแตกต่างกันออกไป ความเร็วถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของ การวิ่ง เลยทีเดียวในรายการแข่งขันใหญ่ ๆ มักจะมีนักวิ่งที่เป็นนักวิ่งมืออาชีพน้ำแข่งขันกันเพื่อชิงรางวัลและถ้วย แน่นอนว่าถ้าไม่ใช่ระดับมืออาชีพก็คงจะวิ่งไม่ได้เร็วมากมายอะไร แต่หลายคนนั้นก็ตั้งเป้าว่าในการแข่งขันทุก ๆ รายการที่ได้ลงทำการแข่งขันไม่ว่าเป็นในระยะ 10.5 กิโลเมตร 21.1 กิโลเมตรหรือแม้กระทั่ง 42.195 กิโลเมตร ทุกครั้งที่ลงทำการแข่งขันหลายคนมักจะคาดหวังเวลาที่เร็วขึ้นมากกว่าเดิมนั่นหมายความว่าเราพัฒนาขึ้นนั่นเองแต่จะทำอย่างไรให้เราวิ่งได้เร็วขึ้นในระยะทางที่ไกลขนาดนี้ การวิ่ง tempo run สามารถช่วยได้ การวิ่งดังกล่าวเป็นการวิ่งในจังหวะที่เร็วขึ้น กว่าการวิ่งปกติเพียงเล็กน้อยจะทำให้เราไปได้ไกลกว่าเดิมตัวอย่างเช่นนักวิ่งกำลังวิ่งอยู่ที่ระยะ 10 กิโลเมตรอัตราการก้าวเฉลี่ยอยู่ที่ 7 นาทีต่อ 1 กิโลเมตรก็ให้ฝึกด้วยการวิ่งด้วยอัตราก้าวเฉลี่ย 6.55 หรือ 6.50 ต่อ 1 กิโลเมตรแทนเพียงเท่านี้ความเร็วก็จะเพิ่มขึ้นแถมเวลาก็จะลดลงอีกด้วยซึ่งการวิ่งในลักษณะนี้จะต้องฝึกเป็นประจำให้กล้ามเนื้อจดจำและแข็งแรงมากขึ้นเพราะว่าการวิ่งเร็วขึ้นนั้นหมายความว่าเราจะต้องใช้แรงมากขึ้นนั่นเองบางครั้งถ้าหากว่าร่างกายไม่มีความสมบูรณ์มากเพียงพอก็อาจจะเกิดปัญหา บาดเจ็บ ได้ อีกวิธีหนึ่งก็คือการวิ่งในรูปแบบ intervals หรือว่าการลงคอร์ทนั่นเอง รูปแบบจะตรงกันข้ามกับการวิ่งแบบ tempo run ในการวิ่งลงคอร์ท จะวิ่งในระยะสั้น อย่างเช่นระยะเพียงแค่ 400 เมตร เป็นในรูปแบบวิ่งเร็วและวิ่งช้าสลับกันไป ตัวอย่างเช่นระยะที่ใช้ในการวิ่งเร็ว 400 เมตรก็อาจจะวิ่งให้อัตราก้าวเฉลี่ยเร็วกว่าปกติเพียงแค่ 5-10 วินาทีและพอเลย […]

การดูแลสุขภาพ ข่าวสุขภาพอื่นๆ โรคภัยไข้เจ็บ

สถานการณ์ฉุกเฉิน พบกับวิธีการเอาตัวรอดจากเหตุการณ์ไฟไหม้ รู้ไว้ รอดแน่นอน

สวัสดีค่ะเพื่อนๆชาวบอร์ดสุขภาพที่ติดตามรับชมข่าวสารการแนะนำการป้องกันปัญหาสุขภาพและอัพเดตข่าวสุขภาพทุกคนนะคะ สำหรับวันนี้นักเขียนก็อยากจะพาทุกๆคนไปรู้จักกับการเอาตัวรอดในสถานการณ์ฉุกเฉินกันค่ะแต่ สถานการณ์ฉุกเฉิน นี้จะเกี่ยวกับบทความสุขภาพนะคะเพราะว่าเราจะต้องไปเรียนรู้การเอาตัวรอดในขณะที่ไฟไหม้ ไม่ว่าจะเป็นการหายใจ หรือการมีสติ ดังนั้นจึงถือเป็นวิธีสำคัญที่เพื่อนๆชาวบอร์ดสุขภาพก็ควรที่จะรู้ไว้ค่ะ สำหรับใครที่อยากรู้ว่าการเอาตัวรอดจากเหตุการณ์ไฟไหม้นั้นสามารถใช้ได้จริงหรือไม่และมีวิธีการดำเนินการอย่างไรลองมาติดตามชมในบทความนี้กันดูนะคะ ตั้งสติ ใช่ค่ะสิ่งแรกที่ควรจะมีเลยก็คือสตินั่นเองค่ะ ถ้าหากคุณอยู่ใน สถานการณ์ฉุกเฉิน ที่เกิดการไฟไหม้ตอนนั้นอาจจะทำให้คุณรู้สึกตื่นตระหนกตกใจกลัวจนไม่รู้ว่าจะทำอะไรซึ่งบางครั้งก็อาจทำให้คุณเกิดอาการลนและทำให้เกิดอาการบาดเจ็บทางด้านร่างกายหรือถูกไฟคลอกได้ค่ะ ดังนั้นคุณจึงควรที่จะตั้งสติแล้วรีบออกมาจากจุดที่เกิดเหตุโดยอย่าวิ่งแต่ควรใช้การเดินเร็วเพราะอาจจะทำให้คุณสะดุดล้มจนทำให้ข้อเท้าพลิกได้นะคะ ใช้ผ้าชุบน้ำปิดจมูกใน สถานการณ์ฉุกเฉิน อย่างเช่นไฟไหม้ ถ้าหากตอนนั้นคุณจำเป็นจะต้องหายใจและสูดดมควันในบริเวณที่เกิดเหตุโดยรวมว่าให้คุณกลั้นหายใจและพยายามที่จะไม่หายใจเอาควันเข้าไปในปอดเป็นจำนวนมาก โดยการใช้ผ้าชุบน้ำและปิดจมูก วิธีนี้จะทำให้ควันไฟไม่สามารถทะลุผ้าชุบน้ำเข้ามาสู่จมูกและเป็นอากาศที่คุณหายใจเข้าก็ได้ค่ะ โดยวิธีนี้จะใช้พวงเวลาในขณะที่คุณกำลังจะออกไปจากอาคารค่ะ งดใช้ลิฟต์ สถานการณ์ไฟไหม้ต่างรู้กันดีว่าไม่ควรที่จะใช้ลิฟท์เป็นอย่างยิ่งเพราะหลังจากที่เกิดเหตุไฟไหม้บนอาคารก็อาจจะทำให้ไฟฟ้าลัดวงจรเกิดไฟฟ้าดับได้จึงมีปัญหาลิฟท์ค้างตามมาค่ะถ้าหากไฟไหม้ควรที่จะเลือกใช้เป็นบันไดหนีไฟเพื่อให้ทันเวลาต่อการหลบหนีค่ะ สำหรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่นักเขียนได้นำมาแนะนำให้เพื่อนๆได้ชมกันในวันนี้ก็เพื่อที่จะป้องกันปัญหาสุขภาพในเรื่องของการป้องกันแผลจากไฟไหม้ เพราะถ้าหากคุณรู้วิธีการเอาตัวรอด ก็จะทำให้คุณไม่สำลักควันและสูดดมเอาควันเข้าไปในปอดเป็นจำนวนมากจนทำให้คุณเสียชีวิตได้ ติดตามเรื่องราวของสุขภาพที่น่าสนใจมากมายได้ที่ เว็บแนะนำข้อมูลสุขภาพ ฝากติดตามอีกหนึ่งเว็บไซต์คุณภาพอย่าง ufabet1688 ไว้ด้วยนะคะ

การดูแลสุขภาพ การป้องกันโรค ข่าวสุขภาพอื่นๆ โรคภัยไข้เจ็บ

โรคซึมเศร้า เรารู้จักโรคนี้ดีแค่ไหน และรู้จักอย่างถูกต้องจริงหรือไม่ด้วย?

     คือโรคทางจิตเวชชนิดหนึ่ง  ซึ่งปัจจุบันผู้คนเป็นกันมากขึ้นเรื่อยๆ  ที่สำคัญหลายคนเป็นโรคนี้โดยไม่รู้ตัว  คิดว่าเป็นเพียงอาการคิดมากหรือเครียดกับการดำเนินชีวิตเท่านั้นครับประเภทหลักๆ ของ โรคซึมเศร้า 1.โรคซึมเศร้าแบบขั้วเดียว  (มีอาการซึมเศร้าเพียงอย่างเดียว) 2.โรคซึมเศร้าแบบ  2  ขั้ว  หรือไบโพลาร์  (มีอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ มากกว่าคนปกติ  จนส่งผลเสียในการดำเนินชีวิต) ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เป็นโรคซึมเศร้าได้ –  การมีสารเคมีในสมองที่ไม่สมดุล –  เหตุการณ์รุนแรงที่มีผลกระทบต่อจิตใจอย่างมาก  เช่น  การสูญเสียคนที่ตนรักไปทั้งจากเป็นหรือจากตาย  การถูกฟ้องล้มละลายหรือทำธุรกิจแล้วขาดทุนย่อยยับ –  พันธุกรรม  เช่น  มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคนี้ –  การเลี้ยงดูของครอบครัว  รวมถึงสภาพแวดล้อมตั้งแต่เล็กจนเติบใหญ่ –  พื้นฐานนิสัยใจคอ  เช่น  เป็นคนคิดมาก  เคร่งเครียด  มองโลกในแง่ร้ายหรือแง่ลบ  อ่อนไหวง่าย –  อิทธิพลของคนรอบข้าง โรคซึมเศร้ากับภาวะอารมณ์เศร้า  ต่างกันอย่างไร?      ขึ้นชื่อว่า “โรค” แล้วย่อมแสดงถึงความผิดปกติทางการแพทย์  และมีความรุนแรงกว่าคำว่า “ภาวะ” ครับ  เนื่องจากโรคซึมเศร้าเมื่อเป็นแล้วจะกินเวลายาวนาน  และไม่มีทีท่าว่าจะหายหรือดีขึ้นด้วย  ที่สำคัญมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านอารมณ์  ความรู้สึกนึกคิด  รวมถึงพฤติกรรมต่างๆ […]

การดูแลสุขภาพ การป้องกันโรค อาหารเพื่อสุขภาพ โรคภัยไข้เจ็บ

ป้องกันโรคซึมเศร้า ด้วยวิธีง่ายๆ ได้ด้วยตนเอง ป้องกันไว้ดีกว่าแก้ไขเยอะ

    คือการคิดบวก  ซึ่งเป็นการสร้างความสุขให้กับจิตใจ  ทำให้จิตใจเข้มแข็ง  มีความสามารถในการเอาชนะอุปสรรคและความสูญเสียในชีวิตได้ดีขึ้นและนี่คือการ ป้องกันโรคซึมเศร้า กินดี       คือการกินอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ  5  หมู่ในปริมาณที่เพียงพอ  โดยเฉพาะสารอาหารที่ลดความเสี่ยงและเป็นการ ป้องกันโรคซึมเศร้า ได้  เช่น  –  อาหารที่มีวิตามินเอสูง  ได้แก่  ผักและผลไม้สีเหลือง  สีเขียว  และสีส้ม  เช่น  แคร์รอต  ตำลึง  ผักบุ้ง  คะน้า  พริกหยวก  ฟักทอง  ข้าวโพด  ผักโขม  มะม่วงสุก  ขนุน  แคนตาลูป    –  อาหารที่มีวิตามินซีสูง  ได้แก่  ผักและผลไม้ต่างๆ  เช่น  กะหล่ำดอก  ชะอม  ใบมะรุม  บร็อกโคลี  ผักเคล  มะนาว  ฝรั่ง  มะละกอ  ลิ้นจี่  ส้ม  ส้มโอ  สับปะรด  มะขามป้อม  พุทรา  ระกำ  กีวี  สตรอเบอร์รี    […]

การดูแลสุขภาพ ข่าวสุขภาพอื่นๆ

คลายกล้ามเนื้อ ด้วยการเล่นโยคะมีประโยชน์มากมายกว่าที่เราคิดไว้เสียอีก

การเล่นโยคะถือเป็นการช่วยให้ร่างกายของเรามีความยืดหยุ่น และช่วยลดอาการปวดเมื่อยต่าง ๆ บริเวณร่างกายของเราได้ นอกจากจะช่วยในเรื่องของการ คลายกล้ามเนื้อ แล้ว การเล่นโยคะยังมีประโยชน์มากมายกว่าที่เราคิดไว้เสียอีก เพราะการเล่นโยคะยังช่วยเข้าไปปรับสมดุลภายในร่างกายของเรา ให้มีความแข็งแรงทนทานรวมไปถึงทำให้สัดส่วนของเราดูเข้ารูปและกระชับอีกด้วยติดตามต่อในเว็บแนะนำข้อมูลสุขภาพ                ซึ่งการเล่นโยคะหากผู้ที่ไม่เคยเริ่มเล่น ก็ให้เริ่มจากท่าที่ง่าย ๆ ไปก่อน ไม่ต้องรีบร้อนจนเกินไป เพราะจากที่เราจะเล่นเพื่อให้ คลายกล้ามเนื้อ มันกับทำให้ร่างกายของตัวเองบาดเจ็บได้ เนื่องจากว่าร่างกายของเราไม่มีความยืดหยุ่นมากพอที่จะทำท่าอื่น ๆ นั่นเอง โดยให้เริ่มจากท่าพื้นฐานก่อนน่าจะดีที่สุด อย่าง ท่าภูเขา ท่าสุนักยืดขึ้น ท่านักรบ ท่าต้นไม้ ท่าพวกนี้สามารถที่จะทำตามได้ทันทีโดยไม่เกิดอันตารายต่อร่างกายของเรา เพราะเขาได้คิดท่าพวกนี้มาสำหรับให้คนที่ไม่มีพื้นฐานได้เริ่มเล่น                อย่างใครมีปัญหาในเรื่องของอาการปวดเรื้อรังไม่ว่าจะเป็น ต้นขา หลัง เอว เข่า การเล่นโยคะนี้ก็สามารถช่วยให้อาการที่เป็นอยู่ดีขึ้นได้เหมือนกัน เพราะการเล่นโยคะมันจะช่วยให้เส้นที่ตึงของเรา จะค่อย ๆ คลายตัวและทำให้อาการปวดของเราดีขึ้นตามลับดับ หรือใครที่ตัวแข็งก้มหลังไม่ค่อยได้ หรือชอบนั่งตัวงอ เพียงแค่ใช้ท่าโยคะบางท่า ก็สามารถปรับสรีระของเราให้เป็นปกติได้ดังเดิม                แล้วการเล่นโยคะอย่างต่อเนื่องก็จะทำให้กล้ามเนื้อที่แข็งอ่อนตัวลงได้ อีกทั้งการเล่นโยคะเปรียบเสมือนเป็นการออกกำลังกายและการดูแลสุขภาพชนิดหนึ่ง เพราะมันจะทำให้ไขมันของเราแตกตัว รวมไปถึงร่ายกายที่หย่อนคล้อยจะกระชับได้รูปมากขึ้น แต่ทั้งนี้หากเราเล่นเพื่อคลายกล้ามเนื้อก็ควรอย่าหักโหมจนมากเกินไป อย่างที่บอกถ้าเล่นไม่ถูกวิธีหรือเร่งรีบเกินไป ก็จะทำให้ร่างกายของเราบาดเจ็บจากกีฬาชนิดนี้ได้อย่าง พวกกล้ามเนื้ออักเสบ กล้ามเนื้อฉีกขาด […]

การดูแลสุขภาพ การป้องกันโรค

โรคซึมเศร้า โรคที่อยู่ใกล้ตัวไม่ใกล้ไม่ไกลจากสุขภาพของตัวเรา

โรคซึมเศร้า โรคที่คุณเป็นนั้นขอบอกเลยว่าอาจจะไม่มีอาการบาดเจ็บใดๆ เพราะมิใช่อาการที่คุณเห็นว่ามีบาดแผล แต่เป็นอาการที่อยู่ภายในจิตใจของคุณเอง อย่างโรคซึมเศร้าก็เป็นโรคชนิดหนึ่งที่หลายๆคนในยุคปัจจุบันนี้เป็นกันเยอะมากๆ เหตุที่มีคนเป็นเยอะก็เพราะว่าส่วนหนึ่งเกิดจากสุขภาพความเครียดที่มีความสะสมเป็นเดิมทุนอยู่แล้ว ซึ่งความเครียดนั้นไม่ว่าจะเป็นความเครียดที่เกี่ยวกับตนเองหรือว่าของผู้อื่นหรือว่าจะเป็นความเครียดที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัวก็ตามก็ถือว่ามีผลต่อจิตใจทั้งสิ้น โรคซึมเศร้า อยู่ใกล้ตัวของตัวเรา ในเมื่อเรารู้แล้วว่าโรคซึมเศร้านั้นเกิดขั้นจากสุขภาพความเครียดเป็นเหตุคนเราทุกคนก็ต้องพยายามสลัดความเครียดที่มีอยู่นั้นออกไปให้จงได้ เพราะหากเรายิ่งสะสมไว้มากเท่าไหร่อาการของโรคซึมเศร้าก็จะยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นเท่านั้น ซึ่งอาการของแต่ละคนก็จะแตกต่างกันไป บางคนก็มีการกรีดร้องหรือว่าทำร้ายตัวเอง เป็นต้น เมื่อเรารู้เช่นนี้แล้วว่าโรคซึมเศร้านั้นเกิดจากสุขภาพความเครียด เราก็ต้องหาทางออกให้กับตัวเอง อย่างเช่น หาคนที่สามารถที่จะให้คำปรึกษาได้ ไม่ว่าจะเป็น พ่อแม่ แฟน หรือว่าเพื่อน หรือว่าจะหากิจกรรมอื่นๆทำเพื่อคลายความเครียด ไม่ว่าจะเป็นการฟังเพลง การดูหนัง หรือการไปช้อปปิ้ง เป็นต้น และเมื่อเราหาวิธีในการแก้ไขปัญหาของโรคซึมเศร้าได้แล้ว เราก็จะรู้สึกว่ามีสุขภาพที่ผ่อนคลายเบาสมองมากขึ้น แต่ถ้าคุณหาทางออกไม่ได้ยังคงมีความเครียดอยู่ ขอแนะนำว่าให้คุณไปพบจิตแพทย์เพื่อทำการแก้ไขปัญหาที่คุณมี จะเห็นได้ว่า โรคซึมเศร้านั้นไม่ใช่โรคที่มีความไกลตัวจากคนเราทุกคน ฉะนั้น ถ้าหากเกิดความเครียดขึ้นมาเมื่อใดสิ่งที่คนเราจะสามารถทำได้ คือ การปลดปล่อยความเครียดนั้นด้วยการทิ้งความเครียดนั้นออกไปจากสมองของคนเราเสีย เพียงเท่านี้โรคซึมเศร้าที่ไม่พึงประสงค์ก็ไม่สามารถมายุ่งกับสุขภาพของคุณได้เลย โรคซึมเศร้า มีอาการอย่างไร สาเหตุจากอะไรและ วิธีรักษา >>>>เว็บแนะนำข้อมูลสุขภาพ >>>>วิธีรักษาโรคซึมเศร้า ภาพที่ 1 ที่มา https://images.app.goo.gl/3WmuFkE7cJkR71Eh8 ภาพที่ 2 ที่มา https://images.app.goo.gl/GcmontgyD3h6U8Ek9 ภาพที่ 3 ที่มา https://images.app.goo.gl/X7M3oSUnQsayLMWg8

การดูแลสุขภาพ

สิ่งที่ควรทำก่อนการ ออกกำลังกาย

ก่อนการ ออกกำลังกาย นั้นไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายประเภทใดก็ตามควรที่จะมีการเตรียมร่างกายให้พร้อม เพื่อให้ร่างกายสามารถที่จะได้รับประโยชน์จากการออกกำลังกายมากที่สุด เพราะหากไม่มีการเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนการออกกำลังกายแล้วนั้นจะสามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพได้เป็นอย่างมากเลยทีเดียว บทความสุขภาพนี้จึงจะมาแนะนำ สิ่งที่ควรทำก่อนการ ออกกำลังกาย เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์จากการออกกำลังกายมากที่สุด การดื่มน้ำเปล่าสะอาด 1 แก้ว เป็นสิ่งที่ก่อนการออกกำลังกายควรทำเป็นอย่างมาก เพราะจะทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นในขณะที่ออกกำลังกาย แต่ควรที่จะดื่มก่อนการออกกำลังกายเป็นเวลา 30 นาที เพื่อป้องกันอาการจุกที่จะเกิดขึ้นในระหว่างการออกกำลังกาย เพราะอาจทำให้อาเจียนได้ ทั้งนี้การดื่มน้ำก่อนการออกกำลังกายยังเป็นการช่วยรักษาของเหลวที่อยู่ภายในร่างกายให้มีความสมดุลจึงสามารถที่จะช่วยลดการเกิดตะคริวในระหว่างการออกกำลังกายได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว          รับประทานอาหารก่อนการออกกำลังกาย 1-2 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายได้รับพลังงานจากอาหาร จะสามารถทำให้ออกกำลังกายได้อย่างเต็มที่ แต่ก็ไม่ควรที่จะรับประทานอาหารในปริมาณที่มากจนเกินไป เพราะอาจส่งผลต่อการออกกำลังกายได้ การรับประทานอาหารก่อนการออกกำลังกาย 1-2 ชั่วโมง เป็นช่วงระยะเวลาที่เหมาะสมที่สุดก่อนการออกกำลังกาย เพราะจะไม่ทำให้เกิดอาการจุก เสียด และอาเจียนในระหว่างการออกกำลังกาย และยังเป็นการช่วยเพิ่มพลังงานให้กับร่างกายอีกด้วย การยืดเส้นยืดสายหรือการวอร์มอัพ เป็นสิ่งที่ก่อนการออกกำลังกายควรทำ เพราะมีความสำคัญเป็นอย่างมาก การวอร์มอัพก่อนการออกกำลังกายนั้นจะสามารถช่วยลดอาการบาดเจ็บที่จะเกิดขึ้นในระหว่างการออกกำลังกาย และช่วยลดอาการปวดเมื่อยหลังจากการออกกำลังกายอีกด้วย การวอร์มอัพนั้นเป็นการเตรียมพร้อมให้ร่างกายก่อนการออกกำลังกาย ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับร่างกาย และยังเป็นการช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือดให้เริ่มทำงานก่อนการออกกำลังกายอีกด้วย การวอร์มอัพก่อนการออกกำลังกายนั้นจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ และมีความจำเป็นอย่างมาก ทุกครั้งก่อนการออกกำลังกายจึงไม่ควรที่จะลืมการวอร์มอัพก่อนเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับร่างกาย #ข้อมูลสุขภาพ #ดูแลสุขภาพ

เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ

“น้ำเต้าหู้ กับมะนาว” สูตรลับยาอายุวัฒนะ!

เป็นที่ถกเถียงกันว่ากิน น้ําเต้าหู้ ผสมกับน้ํามะนาวมีประโยชน์ต่อร่างกายจริง ๆ หรือเป็นเพียงแค่ความเชื่อผิด ๆ ทั้งนี้ น้ําเต้าหู้กับมะนาว สูตรลับยาอายุวัฒนะคิดค้นขึ้นและจดสิทธิบัตรโดย นพ.สมเกียรติ อธิคมกุลชัย จักษุแพทย์ แห่งโรงพยาบาลเอกชัย จังหวัดสมุทรสาคร โดยคุณหมอได้แนะนําให้คนไข้ของตนดื่มน้ําเต้าหู้ผสมกับน้ํามะนาวเพื่อเป็นการบํารุงสายตา สูตรลับนี้คุณหมอได้ทําการทดลองมากว่าสิบปี และเชื่อว่านอกจากบํารุงสายตาแล้วยังสามารถเสริมสร้างร่างกายในส่วนอื่น ๆ ได้อีกด้วย ส่วนผสมน้ําเต้าหู้กับมะนาวตามที่คุณหมอสมเกียรติแนะนํา คือ น้ําเต้าหู้ 1 แก้ว กับ มะนาว 1 ผล คนผสมให้เข้ากันจนกลายเป็นเนื้อข้นคล้ายโยเกิร์ต ดื่มทันทีหลังคนเสร็จ และควรดื่มเป็นประจําทุกวันก่อนอาหารเช้า ประโยชน์ของการดื่มน้ำเต้าหู้กับมะนาว ได้แก่ 1. ช่วยให้เส้นเลือดฝอยมีความยืดหยุ่นแข็งแรงมากขึ้น ส่งผลให้แผลบวมช้ำที่เกิดจากกระทบกระแทกหายเร็วขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันโรคเส้นเลือดในสมองแตกหรือตีบตันในผู้สูงอายุได้ด้วย เพราะการดื่มน้ำเต้าหู้กับมะนาวสามารถทำให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้ดีขึ้น ส่งผลให้ออกซิเจนหมุนเวียนในร่างกายได้ดี รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า 2. เพิ่มภูมิคุ้มกันในร่างกาย ด้วยวิตามินซีจากน้ำมะนาว และประโยชน์จากน้ำเต้าหู้มีส่วนช่วยในการเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกาย ป้องกันเชื้อไวรัสต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะอาการไอ หวัด เจ็บคอ รวมถึงโรคเริมหรืองูสวัดซึ่งเกิดได้บ่อยในผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันต่ำ 3. โปรตีนจากถั่วเหลืองในน้ำเต้าหู้มีส่วนช่วยในการซ่อมแซมร่างกายทีสึกหรอให้กลับมาแข็งแรง บวกกับน้ำมะนาวที่มีสรรพคุณในการปรับสมดุลค่า […]

Back To Top