โรคซึมเศร้า เรารู้จักโรคนี้ดีแค่ไหน และรู้จักอย่างถูกต้องจริงหรือไม่ด้วย?

     คือโรคทางจิตเวชชนิดหนึ่ง  ซึ่งปัจจุบันผู้คนเป็นกันมากขึ้นเรื่อยๆ  ที่สำคัญหลายคนเป็นโรคนี้โดยไม่รู้ตัว  คิดว่าเป็นเพียงอาการคิดมากหรือเครียดกับการดำเนินชีวิตเท่านั้นครับประเภทหลักๆ ของ โรคซึมเศร้า 1.โรคซึมเศร้าแบบขั้วเดียว  (มีอาการซึมเศร้าเพียงอย่างเดียว) 2.โรคซึมเศร้าแบบ  2  ขั้ว  หรือไบโพลาร์  (มีอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ มากกว่าคนปกติ  จนส่งผลเสียในการดำเนินชีวิต) ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เป็นโรคซึมเศร้าได้ –  การมีสารเคมีในสมองที่ไม่สมดุล –  เหตุการณ์รุนแรงที่มีผลกระทบต่อจิตใจอย่างมาก  เช่น  การสูญเสียคนที่ตนรักไปทั้งจากเป็นหรือจากตาย  การถูกฟ้องล้มละลายหรือทำธุรกิจแล้วขาดทุนย่อยยับ –  พันธุกรรม  เช่น  มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคนี้ –  การเลี้ยงดูของครอบครัว  รวมถึงสภาพแวดล้อมตั้งแต่เล็กจนเติบใหญ่ –  พื้นฐานนิสัยใจคอ  เช่น  เป็นคนคิดมาก  เคร่งเครียด  มองโลกในแง่ร้ายหรือแง่ลบ  อ่อนไหวง่าย –  อิทธิพลของคนรอบข้าง โรคซึมเศร้ากับภาวะอารมณ์เศร้า  ต่างกันอย่างไร?      ขึ้นชื่อว่า “โรค” แล้วย่อมแสดงถึงความผิดปกติทางการแพทย์  และมีความรุนแรงกว่าคำว่า “ภาวะ” ครับ  เนื่องจากโรคซึมเศร้าเมื่อเป็นแล้วจะกินเวลายาวนาน  และไม่มีทีท่าว่าจะหายหรือดีขึ้นด้วย  ที่สำคัญมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านอารมณ์  ความรู้สึกนึกคิด  รวมถึงพฤติกรรมต่างๆ […]

โรคซึมเศร้า มาทำความเข้าใจเสียใหม่เพื่อการอยู่ร่วมกันในสังคมที่ดีกว่า

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ โรคซึมเศร้า ของบางคน –  คนทั่วไปเมื่อพบเห็นผู้ป่วย โรคซึมเศร้า ก็มักคิดว่า  เขาคนนั้นเป็นประเภทคนอ่อนแอขี้แพ้  คิดมากเกินไป  เคร่งเครียด  หรือไม่เข้าใจธรรมชาติของชีวิต –  หลายคนคิดว่าผู้ป่วยโรคนี้ต้องการเรียกร้องความสนใจหรือความเห็นอกเห็นใจ –  บางคนอาจคิดว่าผู้ป่วยโรคนี้เป็นคนบ้าหรือวิกลจริต! ถาม –  ตอบ  เกี่ยวกับโรคซึมเศร้า 1.  ถาม  :โรคซึมเศร้าคือโรคจิตใช่หรือไม่? ตอบ  :โรคซึมเศร้าไม่ใช่โรคจิตครับแต่เป็นโรคทางอารมณ์  มีอาการสำคัญคืออารมณ์จะเปลี่ยนแปลงไปจากปกติ  เช่น  ซึมเศร้า  นอนไม่หลับ  กินไม่ลง  ซึ่งหากอาการรุนแรงอาจประสาทหลอนหรือหลงผิดได้  แต่พบไม่บ่อย  ส่วนโรคจิตคือโรคที่มีอาการประสาทหลอนหรือหลงผิดแบบเรื้อรัง 2.  ถาม  :สามารถใช้การปฏิบัติธรรมรักษาโรคซึมเศร้าได้หรือไม่? ตอบ   :ต้องพิจารณาปัจจัยต่างๆ ก่อน  ได้แก่  อาการของโรครุนแรงมากน้อยแค่ไหน  ผู้ป่วยมีพื้นฐานในการปฏิบัติธรรมหรือไม่  มีผู้ชี้แนะทางธรรมที่ถูกต้องหรือไม่  เพราะหากมีอาการของโรครุนแรง  ควบคุมดูแลตัวเองไม่ได้  ก็ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์มากกว่า  เมื่ออาการดีขึ้นจนแพทย์วางใจ  อาจใช้วิธีนี้รักษาควบคู่ไปกับทางการแพทย์ครับ 3.  ถาม  :  มีคำพูดไหนที่ไม่ควรใช้กับผู้ป่วยโรคซึมเศร้าบ้าง? ตอบ  :  คำพูดที่ไม่เหมาะสมและอาจส่งผลเสียต่อผู้ป่วย  เพราะเหมือนเป็นการไม่เข้าใจผู้ป่วย  […]

ป้องกันโรคซึมเศร้า ด้วยวิธีง่ายๆ ได้ด้วยตนเอง ป้องกันไว้ดีกว่าแก้ไขเยอะ

    คือการคิดบวก  ซึ่งเป็นการสร้างความสุขให้กับจิตใจ  ทำให้จิตใจเข้มแข็ง  มีความสามารถในการเอาชนะอุปสรรคและความสูญเสียในชีวิตได้ดีขึ้นและนี่คือการ ป้องกันโรคซึมเศร้า กินดี       คือการกินอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ  5  หมู่ในปริมาณที่เพียงพอ  โดยเฉพาะสารอาหารที่ลดความเสี่ยงและเป็นการ ป้องกันโรคซึมเศร้า ได้  เช่น  –  อาหารที่มีวิตามินเอสูง  ได้แก่  ผักและผลไม้สีเหลือง  สีเขียว  และสีส้ม  เช่น  แคร์รอต  ตำลึง  ผักบุ้ง  คะน้า  พริกหยวก  ฟักทอง  ข้าวโพด  ผักโขม  มะม่วงสุก  ขนุน  แคนตาลูป    –  อาหารที่มีวิตามินซีสูง  ได้แก่  ผักและผลไม้ต่างๆ  เช่น  กะหล่ำดอก  ชะอม  ใบมะรุม  บร็อกโคลี  ผักเคล  มะนาว  ฝรั่ง  มะละกอ  ลิ้นจี่  ส้ม  ส้มโอ  สับปะรด  มะขามป้อม  พุทรา  ระกำ  กีวี  สตรอเบอร์รี    […]

โรคซึมเศร้า กับแบบทดสอบ 9 คำถามสั้นๆ ทำให้ทราบว่า ตัวเรามีแนวโน้มเป็น

การให้คะแนนตัวเองว่าเป็น โรคซึมเศร้า หรือไม่      ให้คุณให้คะแนนตัวเอง  จากแบบทดสอบด้านล่างตามนี้ครับ –  0  คะแนน  =  ไม่  หรือไม่มีเลย  –  1  คะแนน  =  ไม่บ่อยนัก –  2  คะแนน  =  ค่อนข้างบ่อย –  3  คะแนน  =  บ่อยๆ  เกือบทุกวัน  หรือทุกวัน ทำแบบทดสอบกันเลย!      ในเวลา  2  สัปดาห์ที่ผ่านมา  คุณมีอาการเหล่านี้มากน้อยแค่ไหนกัน? 1.  มีอาการไม่สบายใจ  ซึมเศร้า  หดหู่  หรือสิ้นหวังท้อแท้  ………คะแนน 2.  ไม่ชอบหรือรู้สึกไม่ดีกับตนเอง  คิดว่าตนเองไม่ดี  ไม่เก่ง  ล้มเหลวในชีวิต  หรือทำให้ครอบครัวและคนรอบข้างต้องผิดหวัง  ………คะแนน 3.  รู้สึกเบื่อหน่ายไปหมด  ทำกิจกรรมอะไรก็ไม่มีความสุขหรือเพลิดเพลิน  ………คะแนน 4.  พูดและทำสิ่งต่างๆ ช้าลง  […]

โรคซึมเศร้า ต้องทำอย่างไร มีอะไรที่ต้องรู้เกี่ยวกับโรคนี้บ้าง?

เวลาในการเปลี่ยนแปลงของ โรคซึมเศร้า      ผู้ป่วยจะมีความเปลี่ยนแปลงแตกต่างกันไป  บางคนเป็นโรคนี้เร็วภายใน  1 – 2  สัปดาห์เท่านั้น  แต่บางคนอาจใช้เวลานานเป็นเดือนๆ  ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ  ได้แก่  –  บุคลิกของตัวผู้ป่วยเองว่าเป็นคนอย่างไร –  เหตุการณ์ที่มากระทบจิตใจ  ซึ่งมีความรุนแรงมากหรือน้อย –  ท่าทีและการช่วยเหลือดูแลของคนรอบข้าง  ทั้งคนในครอบครัว  เพื่อนร่วมงาน  เพื่อนร่วมห้องเรียน  และสังคม เมื่อคิดว่าตนเองหรือคนใกล้ชิดอาจเป็น โรคซึมเศร้า  ต้องให้แน่ใจจริงๆ เสียก่อน      นอกเหนือจากการสังเกตอาการเบื้องต้นด้วยตนเองแล้ว  ว่ามีอาการเข้าข่ายมากน้อยแค่ไหน  และมีอาการมานานหรือไม่  (ต้องมีอาการผิดปกติเกือบทุกวันหรือทุกวัน  อาการยาวนานติดต่อกัน  2  สัปดาห์ขึ้นไป   ไม่ใช่เป็นๆ หายๆ หรือเพียงแค่ไม่กี่วันเท่านั้น)  ก็อาจไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยโดยละเอียดให้แน่ใจ  เพราะอาจเป็นโรคทางจิตเวชที่มีอาการคล้ายคลึงกับโรคซึมเศร้าได้      นอกจากนี้ยาบางชนิดและโรคต่างๆ ก็อาจมีผลทำให้  มีอาการคล้ายคลึงกับโรคซึมเศร้าจนเกิดความสับสนได้  ได้แก่ –  ยาบางชนิด  เช่น  ยารักษาโรคมะเร็ง  ยาลดความดันเลือด  ยาในกลุ่มสเตียรอยด์และฮอร์โมน  ยารักษาโรคพาร์กินสัน    –  โรคต่างๆ  เช่น  […]

อากาศหนาว กับ สุขภาพที่หลายๆคนอาจจะละเลยในช่วงฤดูหนาวนี้

   อย่างที่รู้ว่าเมืองไทยเรานั้นเป็นเมืองร้อน แถมร้อนนานแบบสุดๆ แต่เมื่อ อากาศหนาว มาถึง ก็หนาวซะจนร่างกายของเรานั้นปรับสภาพการใช้ชีวิตแทบไม่ทัน อาบน้ำทีก็สุดแสนจะทรมาน ยิ่งตื่นในตอนเช้า จะลุกออกจากเตียงนี่ยิ่งยากลำบากซะเหลือเกิน อากาศหนาวยังทำให้ผิวของเรานั้นแห้ง และปัญหาต่างๆอีกหลายๆอย่างที่เกิดจาก อากาศหนาว วันนี้ผมจะมาพูดถึงสิ่งที่ควรใส่ใจในช่วงฤดูหนาว ที่หลายๆคนอาจจะละเลยในช่วงฤดูหนาวนี้กันครับ จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย    1.ออกกำลังกายบ้าง อย่านอนทั้งวัน  หน้าหนาวถือเป็นอะไรที่ควรออกกำลังกายเอามากๆ เพราะมีอากาศที่ไม่อบอ้าว การออกกำลังกายจึงสามารถทำได้เกือบทุกช่วงเวลา โดยหาเวลาว่าง ออกไปวิ่ง หรือทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อเรียกเหงื่อ และเสริมสร้างร่ายกายให้แข็งแรง ซึ่งดีกว่าที่จะนอนหมกตัวอยู่แต่ภายในห้องอย่างแน่นอน    2.ใส่ใจเรื่องของผ้ากันหนาว แม้จะเป็นเรื่องเบสิก พื้นฐานอยู่แล้ว ในการแต่งตัวที่อบอุ่นในช่วงหน้าหนาว เช่นใส่เสื้อผ้าหนาๆ ที่ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย แต่ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ควรทำ นั่นคือการทำความสะอาดที่นอน ผ้าห่ม เสื้อผ้าต่างๆ ที่มากยิ่งขึ้น เพราะอากาศหนาวนั้น ทั้งชื้น และแห้ง อาจจะเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคต่างๆได้ จึงควรทำความสะอาดด้วยการฆ่าเชื้อต่างๆของผ้ากันด้วยนะครับ อากาศหนาว อาจทำให้สุขภาพผิวแย่ลง    3.ปาร์ตี้สังสรรค์ให้น้อยลง แม้ว่าหน้าหนาวจะเหมาะกับการแคมป์ปิ้งสังสรรค์แบบสุดๆ แต่ก็ไม่ควรละเลยตรงจุดนี้กันด้วยนะครับ พยายามให้เวลาร่างกายได้พักผ่อน ออกกำลังกาย กินอาหารที่ดี […]

ปากแห้งแตก และ แขนขาแห้งแตก ในช่วงหน้าหนาว รักษา และป้องกัน อย่างไรดี

อีกหนึ่งปัญหาในช่วงหน้าหนาวที่หลายๆคนมักประสบพบเจอกันในทุกๆปีในช่วงปลายปี นั่นคือฤดูหนาว ที่นำพาลมหนาวจากธรรมชาติเข้ามา อีฤดูที่ใครหลายๆคนมักจะไม่ค่อยชอบกันซักเทาไหร่ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตที่ยากลำบากมากขึ้น และปัญหาเรื่องของสุขภาพ การเจ็บป่วย โดยเฉพาะผิว ปากแห้งแตก และแขนขาแห้งแตก จะมีวิธีการรักษา รับมือ และป้องกันอย่างไร วันนี้เราจะมาดูวิธีเหล่านี้ไปพร้อมๆกันครับ    -ปัญหา ปากแห้งแตก อย่างที่ทราบกันดี ว่าหน้าหนาวนั้น มีอากาศที่เย็น และชื้น โดยที่ร่างกายเรานั้นไม่คุ้ยชินกับบรรยากาศแบบนี้ซักเท่าไหร่ ซึ่งสุขภาพผิวหนังของแต่ละคนนั้น ก็จะมีความชุ่มชื้นที่แตกต่างกันออกไป เพราะฉะนั้น เพื่อนๆควรหมั่นสังเกตตัวเอง ว่าเราเป็นคนที่ปากแห้งมากน้อยขนาดไหน ซึ่งบางคนก็ปากแห้งแตก จนถึงขนาดเป็นขลุยมีเลือดออกเลยก็มี และและสำหรับใครที่ประสบปัญหาปากแห้งแตกจากหน้าหนาว วิธีการรักษาอย่างแรกที่ต้องทำนั่นคือ ห้ามเลียริมฝีปากบ่อยๆ ซึ่งจะทำให้ปากแห้ง และยังทำให้ปากคล้ำ ดำ ไม่อมชมพูอีกด้วย เมื่อปากแห้งแตกสิ่งที่ควรทาอย่างสม่ำเสมอนั่นคือ ลิปปาล์ม หรือ ลิปมัน ที่ไม่มีสี หรือมีสีน้อย เพราะลิปที่ไม่มีเม็ดสีจะให้ความชุ่มชื้นได้ดีกว่าลิปแบบมีสีนั่นเอง    –แขน และขาแห้งแตก เมื่อเพื่อนๆทราบสาเหตุของการเกิดผิวแห้ง จากลมหนาวนี้แล้ว อย่างแรกเลย ซึ่งถือเป็นขั้นแรกของการบำรุงผิวอันดับต้นๆ นั้นคือการเลือกครีมอาบน้ำ ควรเลือกเป็นครีมอาบน้ำที่อ่อนโยน และครีมอาบน้ำที่มีส่วนผสมม้อยเจอร์ไรเซอร์ เพราะสารตัวนี้จะทำให้ผิวของเราสามารถกักเก็บน้ำเอาได้ดี  ผิวจึงชุ่มชื้น […]

เทคนิคการอาบน้ำช่วงหน้าหนาว สำหรับคนที่ไม่มีน้ำอุ่นจะทำอย่างไร

   แม้เทคโนโลยีต่างๆ จะช่วยให้เราอำนวยความสะดวกในช่วงหน้าหนาวได้ดีมากกว่าในอดีต ทั้งเสื้อขนสัตว์ โต๊ะอุ่นขา หรือที่อยู่อาศัยที่ออกแบบมาให้สามารถป้องกันความเหน็บหนาวและมอบความอบอุ่นในช่วงหน้าหนาวได้ดี รวมไปถึงเครื่องทำน้ำอุ่นที่ทำให้มนุษย์เรานั้นสามารถอาบน้ำในช่วงฤดูหนาวง่ายขึ้น แต่ก็ใช่ว่าจะช่วยให้เรานั้นรอดพ้นจากความเจ็บป่วยที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ในอุณหภูมิที่แปลเปลี่ยนโดยฉับพลัน และวันนี้เราจะไปดู เทคนิคการอาบน้ำช่วงหน้าหนาว สำหรับคนที่ไม่มีเครื่องทำน้ำอุ่นกันครับ ว่าควรปฏิบัติตัวอย่างไร ช่วงฤดูหนาวที่เข้ามา   1.ห้ามยืนแช่ก่อนอาบน้ำ วิธีแรกเลยที่ควรทำนั่นคือ ใจดีสู้เสือเข้าไว้ ทำตัวเหมือนว่าอากาศที่หนาวเหน็บนี้ มันสุดแสนจะธรรมดา เดินเข้าห้องน้ำ ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลง ไปถึงก็เริ่มปฏิบัติการได้เลย ฟังดูเหมือนง่าย แต่หากทำข้อนี้ได้อย่าง ชิวล์ๆ แล้วละก็ ข้ออื่นก็เหมือนปอกกล้วยเข้าปากเลยแหละ   2. แปลงฟัน ล้างหน้าก่อนอาบน้ำ อาจจะเป็นวิธีที่ใครหลายๆคนต่างปฏิบัติกันอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นช่วงหน้าร้อน หรือหน้าหนาวก็ตาม อีกทั้งการที่เราแปลงฟันก่อนที่ร่างกายจะได้รับอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันก่อนโดนความเย็นจากน้ำนั้น ถือเป็นการลดความทรมานให้สั้นลงได้อย่างดีเลยทีเดียว เทคนิคการอาบน้ำช่วงหน้าหนาว อาจช่วยให้อาบน้ำได้ง่ายขึ้น    3.นั่งสระผม อย่าให้น้ำโดนตัว ถือเป็นอะไรที่ผมชอบมากที่สุดในการอาบน้ำเลย นั่นคือการสระผม เพราะผมจะรู้สึกสดชื่นเอามากๆ และเชื่อว่าเพื่อนๆหลายๆคนก็คงจะชอบสระผมเหมือนๆกัน เพราะฉะนั้น ลองนำวิธีนั่งสระผมนี้ไปใช้ดูกันนะครับ และเมื่อสระผม แปลงฟัน ล้างหน้าเสร็จ ก็เตรียมตัวกระโดดรับไอเย็นกันดีได้เลย     ทั้ง 3 ข้อที่ผมได้กล่าวไปนั้น เป็น […]

น้ำขิง ร้อนเครื่องดื่มสุขภาพดี ช่วยเผาผลาญ เสริมการไดเอตให้ดียิ่งขึ้น

น้ำขิง มีสรรพคุณทางยามากมาย และ น้ำขิง ยังช่วยเผาผลาญอาหาร จึงช่วยเสริมการไดเอตให้ดีขึ้น นอกจากนี้ความร้อนจากการดื่มแบบร้อนๆ ก็จะช่วยให้ร่างกายอบอุ่นขึ้น รวมทั้งยังช่วยให้ผ่อนคลายก่อนเข้านอนอีกด้วย ส่วนผสมน้ำขิงร้อนๆ ขิงแก่จัดๆ ปอกเปลือกออกแล้วหั่นครึ่ง       1             แง่ง น้ำสะอาด                                                         1 ½         ลิตร น้ำตาลทรายแดง                                              1             ช้อนชา (ต่อน้ำขิง 1 ถ้วย) วิธีทำน้ำขิงร้อนๆ -นำน้ำสะอาดมาตั้งไฟ แล้วใส่ขิงแก่ลงไปต้มจนเดือดดี ก็ปิดไฟแล้วยกลงได้เลย -เมื่อจะดื่มให้นำมาเทลงถ้วยแล้วเติมน้ำตาลทรายแดงลงไป โดยให้ใส่ 1 ช้อนชาต่อน้ำขิง 1 ถ้วย และควรดื่มแบบร้อนๆ ก็จะได้คุณค่ากว่าแบบเย็น แต่ถ้าคุณอยากไดเอตจริงๆ ก็ไม่ควรเติมน่ำตาลลงไป เคล็ดลับทำ น้ำขิง ให้อร่อยยิ่งขึ้น                สำหรับคนที่ไม่ชอบกลิ่นน้ำตาลทรายแดงที่มีกลิ่นไหม้แบบคาราเมลนิดๆ ให้คุณใช้น้ำตาลทรายแบบเม็ดใหญ่ชนิดไม่ฟอกสีแทนได้ เพราะแบบนี้จะหอมหวาน มีกลิ่นแบบน้ำอ้อย และยังไม่ติดรสขมเล็กๆ แบบน้ำตาลทรายแดงด้วย และหากคุณอยากดื่มน้ำขิงแบบเย็นก็สามารถทำได้ โดยให้คุณพักน้ำขิงที่ต้มจนเย็นสนิทแล้วนำไปเข้าตู้เย็น […]

กินธัญพืช ช่วยลดน้ำหนักได้ สุขภาพดี สวยแบบวิถีธรรมชาติ ไม่อันตราย

สาวๆ ที่ติดการกินจุบจิบ ควรหันมาหาอาหารที่มีประโยชน์กินแทนขนม นั่นก็คือการ กินธัญพืช ซึ่งจะช่วยลดน้ำหนัก ทำให้อิ่มนาน และได้รับประโยชน์มากมายจากธัญพืช ซึ่งการ กินธัญพืช ช่วยไดเอตได้จริง แม้ว่าแคลอรี่ในธัญพืชส่วนใหญ่จะสูงเพราะมีน้ำตาล ไขมัน และคาร์โบไฮเดรต แต่เนื่องจากธัญพืชมีสารอาหารมากมาย จึงเหมาะมากหากจะกินเพื่อลดน้ำหนัก ซึ่งมีข้อแม้ว่าคุณควรกินแต่พอดี หรือพอให้หายอยากเท่านั้น ประโยชน์ของการกินธัญพืช-ธัญพืชอุดมด้วยกากใย หรือไฟเบอร์มากจริงๆ ดังนั้นเมื่อกินแล้วจึงอิ่มท้อง และอิ่มนานด้วย ทำให้คุณไม่งุ่นง่านบ่นหิวตลอดเวลา-สามารถนำธัญพืชมากินแทนขนมหวาน ของว่าง หรือช่วงที่หิวๆ แทนการกินขนมที่ไม่มีประโยชน์แต่มีแคลอรี่สูงมากๆ เช่น ไอศกรีม ช็อกโกแลต คุกกี้ ขนมกรุบกรอบ ขนมปังต่างๆ-ส่วนใหญ่แล้วธัญพืชทั่วไปมักอุดมด้วยวิตามินบีที่มีส่วนสำคัญในการเผาผลาญอาหารของร่างกาย ดังนั้นจึงเหมาะที่จะกินเพื่อเสริมการไดเอต-ธัญพืชจะช่วยในการขับถ่ายได้ดี ทำให้ไม่เกิดการสะสมของของเสีย ช่วยให้ระบบต่างๆ ทำงานได้ดี รวมทั้งระบบย่อยอาหาร และการเผาผลาญอาหารด้วย-เนื่องจากธัญพืชบางชนิดมีเส้นใยที่เหนียว ทำให้ต้องเคี้ยวนาน ดังนั้นจึงทำให้คุณต้องกินนานมากขึ้น พอกินแบบสปีดลดลงก็จะช่วยเสริมการควบคุมน้ำหนักได้ กินธัญพืช ดีต่อสุขภาพเพราะทำให้ไม่อ้วน ธัญพืชเพื่อการไดเอตธัญพืชที่ช่วยลดน้ำหนักที่คุณควรสนใจ เช่น เมล็ดทานตะวัน-กินเมล็ดทานตะวันเป็นประจำจะช่วยบรรเทาอาการของโรคเบาหวานได้ เพราะจะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด-กินแล้วดีเพราะจะช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ทำให้ไม่ป่วยไข้บ่อยๆ-เมล็ดทานตะวันช่วยบรรเทาอาการท้องผูก แต่ขณะเดียวกันหากคุณกำลังท้องเสียก็สามารถช่วยให้อาการลดลงได้-ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจได้เมล็ดฟักทอง-ในเมล็ดฟักทองมีแมกนีเซียมสูงจึงช่วยปรับความดันโลหิตให้ปกติ-เมล็ดฟักทองกินแล้วดีกับสาวๆ เพราะจะช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระได้-เมล็ดฟักทองช่วยเสริมระดับเซโรโทนินในสมอง จึงช่วยให้ไม่เครียดง่าย ควินัว (นำมาหุงกินแทนข้าวขาว)-ควินัวมีแคลเซียมสูงจึงช่วยบำรุงกระดูดและฟัน-ควินัวมีคอเลสเตอรอลต่ำซึ่งเหมาะกับคนทุกเพศทุกวัยที่ต้องการรักษาสุขภาพ-ควินัวมีไฟเบอร์สูงจึงช่วยย่อยอาหารและช่วยการขับถ่าย-ควินัวเป็นธัญพืชที่มีโปรตีนสูงมากคือประมาณร้อยละ 12-18 เลย […]

Back To Top